เปิดโปรโมชั่นใหม่ BTS มีข้อดีอย่างไรบ้าง

หลังจากที่รถไฟฟ้าบีทีเอส ยกเลิกตั๋วเดินทางแบบรายเดือนไป ก็ได้ออกโปรโมชั่นออกมากในชื่อชุดโปรโมชั่นว่า ‘ยิ่งติ๊ด ยิ่งได้ ยืดหยุ่นโดนใจกว่า’ เป็นโปรแกรมสะสมพอยท์ จากการสะสมการเดินทางและการใช้จ่ายต่างๆ มาแลกรับสิทธิเที่ยวเดินทางฟรี ในโปรโมชั่น bts ใหม่นี้มีข้อดีอะไรบ้างเราจะมาเล่าให้ฟัง

โปรโมชั่นใหม่ BTS “ยิ่งติ๊ด ยิ่งได้ คืออะไร
ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เป็นต้นไป ยิ่งใช้รถไฟฟ้า ยิ่งได้แต้ม สะสม แลกเที่ยวรถฟรี แต่ต้องตรงตาม 250 Point = 1 เที่ยว
ตอนนี้จัด โปร Point X 2 ขึ้นแค่ 4 เที่ยว ฟรี 1 แล้ว/สัปดาห์ สะสม Point ผ่าน Rabbit rewards เงื่อนไข การได้ Point เดินทาง 5 สถานีขึ้นไป ใน 26 สถานี 2 สายดังนี้
-สายสุขุมวิท หมอชิต – อ่อนนุช
-สายสีลม สนามกีฬา – วงเวียนใหญ่

โปรโมชั่นดังกล่าวเป็นการมอบสิทธิพิเศษต่างๆให้กับผู้ใช้บริการทีทีเอส โดยผู้โดยสารสามารถนำพอยท์ที่สะสมจากการเดินทางบนบีทีเอส หรือการใช้จ่ายในร้านค้าที่ร่วมรายการแลกรับสิทธิเที่ยวเดินทางฟรี รวมถึงส่วนลดและสิทธิพิเศษต่างๆ จากร้านค้าชั้นนำ โปรโมชั่น bts มีระยะเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2564 – 31 ตุลาคม 2565 แต่ Point X2 ในระยะเวลา 3 เดือนเท่านั้น 1 พฤศจิกายน 2564 – 31 มกราคม 2565

ข้อดีโปรโมชั่นใหม่ รถไฟฟ้า BTS ยิ่งติ๊ด ยิ่งได้
• ค่าเดินทาง bts เฉลี่ยถูกลง (พอๆกับตั๋วเดือนเลย)
• ประหยัดค่าเดินทางของเดือนหน้าไปได้อีกเยอะ
• เก็บไว้ใช้ได้นานถึง 2 ปี ไม่ต้องกลัวใช้ไม่ทัน
• ส่วนลดbts ใช้เป็นส่วนลดและสิทธิพิเศษต่างๆ จากร้านค้าชั้นนำมากมาย
• พอยท์ที่สะสมมีอายุการใช้งาน 2 ปี ใช้เป็นส่วนลดต่างๆ จากร้านค้าทั้งออฟไลน์และออนไลน์มากกว่า100 แบรนด์

ตลอดระยะเวลาในการให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส เราคำนึงถึงการให้บริการที่ดีที่สุดเพื่อลูกค้าคนสำคัญ ด้วยความมุ่งมั่นและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้โดยสารเดินทางอย่างปลอดภัยและสะดวกสบายมากที่สุด สิทธิประโยชน์ต่างๆที่ปรับเปลี่ยนมาเพื่อไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ผู้โดยสารที่หลากหลาย เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางและใช้จ่ายได้อย่างอิสระ ซึ่งผู้โดยสารสามารถเข้าศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของบีทีเอส ผ่านทุกช่องทางของบีทีเอส หรืออ่านรายละเอียดโปรโมชั่นใหม่ รถไฟฟ้า BTS ยิ่งติ๊ด ยิ่งได้ ให้ Point X2 คุ้มกว่าตั๋วเดือนตรงไหน เพิ่มเติมได้ที่ https://www.springnews.co.th/blogs/program/817623

ประกันชีวิตมีกี่ประเภท แบบไหนเหมาะกับใคร

เพราะชีวิตมีแต่ความไม่แน่นอน ความเสี่ยงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและไม่สามารถคาดเดาได้ ไม่มีใครรู้ว่าเหตุการณ์ไม่คาดคิดจะเกิดขึ้นตอนไหน การเจ็บป่วย การเกิดอุบัติเหตุ และในการเกิดเหตุแต่ละครั้ง ไม่สามารถควบคุมได้ว่าจะต้องจ่ายเท่าไร จะดีกว่าไหมหากมีวิธีจัดการความเสี่ยงที่ดีที่สุด ให้บริษัทประกันช่วยรับผิดชอบ เราจึงควรเลือกประกันชีวิตที่เหมาะสมกับเรา

1.ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา
ประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองในช่วงระยะเวลาจำกัด เช่น 1 ปี, 5 ปี, 10 ปี เป็นต้น หากเลือกประกันชีวิตแบบนี้บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินให้กับผู้รับประโยชน์เมื่อเราเสียชีวิตในระยะเวลาที่กำหนด แต่หากเรายังมีชีวิตอยู่จนครบระยะเวลานั้น ก็จะไม่ได้รับเงินทุนประกันชีวิตคืน

เหมาะสำหรับใคร?
• คนที่ต้องการความคุ้มครองชีวิตในระยะเวลาหนึ่ง
• คนที่มีความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัยต่ำ แต่ต้องการความคุ้มครองสูง
• คนที่ต้องการบริหารความเสี่ยงในระยะสั้นๆ

2.ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ
ประกันชีวิตที่เน้นความคุ้มครองชีวิตแบบระยะยาว เช่น ให้ความคุ้มครองจนเราอายุถึง 85 ปี 90 ปี หรือ 99 ปี จ่ายเบี้ยเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่ง หากเลือกประกันชีวิตแบบนี้ มีชีวิตอยู่ครบตามระยะเวลาที่กำหนดก็จะได้ทุนประกันชีวิตกลับคืน แต่หากเสียชีวิตในระยะเวลาที่คุ้มครอง ผู้รับผลประโยชน์ก็จะได้รับเงินทุนประกันชีวิตแทน

เหมาะสำหรับใคร?
• คนที่เป็นหัวหน้าครอบครัว หรือเป็นเสาหลักของบ้าน ไว้เป็นหลักประกันให้คนข้างหลัง
• คนที่ต้องการทำเป็นมรดกส่งต่อให้กับลูกหลาน

3.ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์
ประกันชีวิตที่เน้นการออมเงิน เพื่อไว้ใช้ในอนาคต ทั้งระยะสั้น กลาง และยาว หากว่าเราเลือกประกันชีวิตแบบนี้ เราจะได้เงินคืนพร้อมกับอัตราผลตอบแทนที่มากกว่าเบี้ยที่เราจ่าย

เหมาะสำหรับใคร?
• คนที่ต้องการลงทุน แต่รับความเสี่ยงได้น้อย
• คนที่ต้องการเก็บออมเงินไว้ใช้ในอนาคต
• คนที่ต้องการความคุ้มครองควบคู่กับการออมเงิน

4.ประกันชีวิตแบบบำนาญ
ประกันชีวิตที่บริษัทประกันจะจ่ายเงินให้แก่เราเมื่อเกษียณอายุ หรือมีอายุครบ 55 ปี หรือ 60 ปี เป็นต้นไป หากว่าเราเลือกประกันชีวิตแบบนี้ จะต้องจ่ายเบี้ยไปจนถึงอายุที่กำหนด แล้วหลังจากนั้นก็จะได้รับเงินไปเรื่อย ๆ จนครบกำหนดอายุตามที่เลือกไว้

เหมาะสำหรับใคร?
• คนที่ต้องการวางแผนเกษียณ
• คนที่อยากมีรายได้ที่แน่นอนหลังเกษียณ

หากคุณเป็นหนึ่งคนที่สนใจอยากที่จะซื้อประกันชีวิตไว้สักฉบับ และยังไม่รู้ว่าจะเลือกประกันชีวิตแบบไหนดี คิง ไว ประกันชีวิต เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ดีและตอบโจทย์สำหรับคุณ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดของแบบประกัน ได้ที่ https://www.kwilife.com/ หรือสอบถามข้อมูลประกันได้ที่ 02-033-9000

แก้ปัญหาฟันเสียให้เป็นฟันสวย ด้วยการครอบฟัน

แก้ปัญหาฟันเสียให้เป็นฟันสวย ด้วยการครอบฟัน

ทุกคนคงทราบดีกันอยู่แล้ว ว่าการครอบฟัน คือการแก้ไขฟันที่ได้รับความเสียหายจากการแตกหรือหัก จนทำให้เกิดการใช้งานที่ไม่ปกติ หรือเป็นฟันที่มีการรักษารากฟันมาก่อน แล้วเปลี่ยนให้เป็นฟันที่มีความแข็งแรง ใช้งานได้เหมือนกับฟันจริง แต่ก็มีหลายๆคำถามที่สงสัย วันนี้ ทุกปัญหาที่สงสัยจะหมดไป หากอ่านบทความของเรา

ใครบ้างที่เหมาะสมกับการทำครอบฟัน

การทำครอบฟันนั้นมีเพื่อการแก้ปัญหาฟันที่มีความไม่สมบูรณ์ ผู้ที่เหมาะที่จะทำการครอบฟันนั้น จึงเป็นผู้ที่มีปัญหาฟัน และต้องการให้ฟันกลับมาสวยงามและแข็งแรงดังเดิม สำหรับผู้ที่มีปัญหาในด้านของฟันกรามนั้น อาจทำการครอบฟันเพื่อช่วยให้การใช้งาน ในการเคี้ยวอาหารกลับมามีประสิทธิภาพที่ดีได้ เพื่อเป็นการรักษาฟันให้ใช้งานได้ยาวนานและมีประสิทธิภาพมากที่สุด นอกจากนี้การครอบฟันยังช่วยในเรื่องของการปรับตัวเรียงของฟัน ในกรณีที่มีความผิดปกติ เสริมสร้างความมั่นใจได้ง่ายๆอีกด้วย

การครอบฟันมีทั้งหมดกี่ประเภท ได้แก่อะไรบ้าง

การครอบฟันโดยหลักจะแบ่งตามวัสดุที่ใช้ในการครอบฟัน มีทั้งหมด 3 ประเภทที่นิยม คือ

การครอบฟันแบบเซรามิกผสมโลหะ, การครอบฟันแบบเซรามิกล้วน และการครอบฟันแบบโลหะล้วน

ซึ่งจะมีความแตกต่างกันตรงที่วัสดุและสีสันของตัวฟัน โดยการครอบฟันแบบเซรามิกผสมโลหะและเซรามิกล้วนนั้น จะมีสีเหมือนฟันของจริง ซึ่งจะมีความเป็นธรรมชาติ ทั้งนี้การรักษาขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละบุคคล หากเป็นผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของฟันกราม ที่จะต้องใช้ในการบดเคี้ยว แพทย์จะแนะนำให้เป็นการครอบฟันแบบโลหะล้วนมากกว่า เนื่องจากจะมีความทนทานและแข็งแรงมากที่สุด จะไม่แตกเหมือนวัสดุเซรามิก เพียงแต่จะมีสีเป็นโลหะ อาจไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสวยงามเหมือนฟันธรรมชาติ

การครอบฟันมีราคาที่แพงไหม

ราคาของการครอบฟันนั้นขึ้นอยู่กับวัสดุที่เลือกใช้ และความเชี่ยวชาญของทันตแพทย์และคลินิกที่เข้าเลือกรับบริการ โดยส่วนใหญ่แล้ว การครอบฟันจะมีราคาอยู่ที่ 10,000 – 22,000 บาทต่อซี่ ถึงอาจจะดูว่าเป็นราคาที่สูง แต่เมื่อเทียบกับความจำเป็น และระยะเวลาในการใช้งาน รวมถึงประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่จะได้นั้น ก็ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าทีเดียว เพราะฟันนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องใช้ในระยะยาว จึงจำเป็นที่จะต้องได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

หากคุณกำลังประสบปัญหาของฟัน และต้องการแก้ไขปัญหาให้ฟันกลับมามีความสวยงาม หรือสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกำลังสนใจในการครอบฟันแล้วล่ะก็ เราขอแนะนำให้เข้ารับบริการกับทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ รวมถึงคลินิกที่มีความชำนาญ รวมถึงมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่าง PMDC คลินิก ที่เป็นคลินิกทันตกรรมอันดับต้นๆของประเทศไทย จะสามารถให้คุณไว้วางใจได้ถึงผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ แข็งแรงสวยงามถูกใจอย่างแน่นอน

ปัญหารอยยิ้ม แก้ให้สวยงามได้ด้วยวีเนียร์

รอยยิ้มถือว่าเป็นสิ่งแรกที่จะสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้คนที่พบเห็นได้ในครั้งแรก เพราะฉะนั้นการมีรอยยิ้มที่สวยงามย่อมเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา แต่ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่กำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับรอยยิ้มที่ไม่สวยงาม เนื่องจากฟันมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็น ฟันแตก ฟันหัก ฟันไม่เท่ากัน หรือฟันมีสีที่ไม่สวยงามก็ตาม ปัญหาทั้งหมดนี้ย่อมแก้ได้ด้วยนวัตกรรมที่เรียกว่า วีเนียร์

การทำวีเนียร์คืออะไร
วีเนียร์ คือการตกแต่งฟันในรูปแบบของการใช้วัสดุที่เรียกว่า Composite หรือ Ceramic โดยจะมีลักษณะที่บางและเล็ก ถูกออกแบบมาให้คล้ายกับรูปแบบของฟัน มีสีและรูปร่างที่ใกล้เคียงกับฟัน ซึ่งจะทำการติดบริเวณด้านหน้าของผิวฟันเพื่อปรับให้ฟันนั้นสวยงามขึ้นดังที่ต้องการ และวัสดุนี้จะทำการแนบเข้ากับผิวหน้าฟันได้เป็นอย่างดี สามารถแก้ไขปัญหาในเรื่องความสวยงามของฟัน และการแก้ไขการเรียงตัวของฟัน วีเนียร์สามารถปิดช่องว่างฟัน และลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผิวฟันในอนาคตได้ด้วย

ข้อดีของวีเนียร์นั้นมีอะไรบ้าง

วีเนียร์สามารถแก้ไขสีฟันหรือปัญหาผิวฟันเล็กน้อยได้ สามารถแกไขสีฟันให้มีความขาวสวยงามเป็นธรรมชาติ และสามารถแก้ไขฟันที่มีรูปร่างไม่สวย ไม่ว่าจะเป็น กรณีที่ฟันแตก ฟันบิ่น ฟันเล็ก หรือฟันที่ผ่านการอุดมาแล้วมีสีที่ไม่เป็นธรรมชาติ ทั้งนี้การทำวีเนียร์สามารถอยู่ได้นานกว่า 10-15 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของแต่ละบุคคล การทำวีเนียร์ให้มีผลลัพธ์ออกมาที่มีประสิทธิภาพและสวยงาม แข็งแรงมากที่สุด ควรทำกับทันตแพทย์ที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญในการทำวีเนียร์โดยเฉพาะ

วีเนียร์แตกต่างกับการครอบฟันอย่างไร

เมื่อบอกถึงข้อดีและหน้าที่ของวีเนียร์ หลายๆคนอาจเกิดความสงสัยว่า แล้วอย่างนี้วีเนียร์กับการครอบฟันนั้น มีความแตกต่างกันอย่างไร เราสามารถสรุปให้สั้นๆได้ว่า วีเนียร์จะนิยมใช้เพื่อการแก้ปัญหาฟันที่มีปัญหาแค่เล็กน้อยเท่านั้น เช่น ปัญหาเรื่องสีของฟันหรือรูปร่างของฟันที่มีการแตกหัก ไม่เท่ากัน ส่วนการครอบฟันนั้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการเสียเนื้อฟันมาก เช่น ฟันแตกจากฟันผุ หรือฟันตาย จะช่วยเรื่องของการทำให้ฟันมีสภาพที่แข็งแรงมากยิ่งขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน ลักษณะคล้ายกับการใส่ฟันปลอมนั่นเอง

ถึงแม้ว่าวีเนียร์จะเป็นนวัตกรรมที่ปลอดภัยในปัจจุบัน แต่เพื่อผลลัพธ์ที่จะมีประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งในเรื่องของความสวยงามและการใช้งานระยะยาว การทำวีเนียร์จึงควรเลือกทำกับคลินิกทันตกรรมและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ชำนาญในเรื่องของวีเนียร์โดยเฉพาะ เราจึงขอแนะนำให้ท่านรู้จักกับ PMDC คลินิกทันตกรรมที่เป็น Veneer Center ของประเทศไทย ทั้งในเรื่องของเครื่องมือที่ใช้ในการทันตกรรมที่พร้อมเพรียงและมีความทันสมัย รวมถึงฝีมือที่เชี่ยวชาญชำนาญการโดยเฉพาะของทีมแพทย์ จะทำให้คุณสามารถมั่นใจได้ว่า จะได้รับการบริการที่ดีรวมถึงผลลัพธ์ของการทำวีเนียร์ที่มีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน

แก้ปัญหาฟันได้ง่ายๆ เป็นเจ้าของรอยยิ้มสวย ด้วย วีเนียร์

สิ่งหนึ่งบนใบหน้าที่สามารถเพิ่มความมั่นใจให้กับเจ้าของ รวมถึงสร้างความประทับใจให้กับผู้อื่นได้ ก็คงเป็นรอยยิ้ม หากใครยิ้มสวย ก็จะชวนมองและเป็นความประทับใจที่ดี สำหรับผู้ที่มีปัญหาฟันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฟันผุ ฟันแตกบิ่น หรือฟันเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ อาจทำให้ความมั่นใจที่จะยิ้มนั้นลดลง ให้วีเนียร์แก้ปัญหารอยยิ้มของคุณได้ เหมาะสมและตรงจุด

การทำวีเนียร์คืออะไร ?

การทำวีเนียร์คือการตกแต่งฟันด้วยการกรอเอาผิวฟันออกเล็กน้อย และใช้วัสดุที่ทำมาเพื่อการทำวีเนียร์ มีลักษณะเหมือนผิวฟันที่เป็นธรรมชาติ เคลือบฟันให้ขาว และตกแต่งฟันให้แข็งแรงได้รูปสวยตามที่ต้องการและเหมาะสมดูเป็นธรรมชาติ การออกแบบลักษณะของฟันจึงเป็นเรื่องสำคัญซึ่งจะต้องพึ่งพาความเชี่ยวชาญของแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมของแต่ละบุคคล โดยวีเนียร์นั้นจะแตกต่างจากการฟอกสีฟันและครอบฟัน เนื่องจากวีเนียร์สามารถแก้ไขได้ในเรื่องของรูปร่างของฟัน ขนาด และปัญหาการเรียงตัวของฟัน แต่การฟอกสีฟันนั้น แก้ปัญหาในเรื่องของสีฟันเพียงอย่างเดียว

การทำวีเนียร์นั้นมีทั้งหมดกี่แบบ ?

การทำวีเนียร์ประกอบด้วยวัสดุในการทำ 2 ชนิด โดยชนิดแรกคือวัสดุเซรามิก ที่แก้ไขปัญหาของความผิดปกติของฟัน ไม่ว่าจะเป็นสีฟัน หรือแก้ปัญหาฟันที่แตกบิ่น เป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงและมีความขาวใสเหมือนธรรมชาติ มีอายุในการใช้งาน 15-20 ปีหรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับการรักษาและการใช้งาน ผิวของฟันจะมีสีสันที่เป็นธรรมชาติ ส่วนอย่างต่อมาคือวัสดุที่ช้ในการอุดฟันเรียกว่าคอมโพสิตเรซิน สามารถทำให้เสร็จได้ภายในครั้งเดียว และเลือกสีเฉดฟันได้ เพียงแต่จะมีเฉดสีที่น้อยกว่าวัสดุเซรามิก และเมื่อใช้ไปเป็นระยะเวลานานจะมีสีที่คล้ำขึ้นและไม่เสมอกัน จะต้องเปลี่ยนทุก 2-3 ปี ทำให้เกิดการเสียเนื้อฟันทุกครั้ง อาจทำให้ฟันอ่อนแอและประสบปัญหาการเสียวฟันได้

การทำวีเนียร์เหมาะสมกับใคร

การทำวีเนียร์นั้นสามารถทำได้ทุกคน แต่เหมาะสมกับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับฟันที่อยากแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีปัญหาฟันไม่สวย ฟันผุ สีฟันไม่สม่ำเสมอ มีฟันที่เป็นฟันตาย ต้องการได้สีฟันที่ขาวเป็นธรรมชาติ แม้กระทั่งผู้ที่มีปัญหาฟันเก ฟันเรียงตัวไม่สวย ที่สามารถแก้ไขได้ด้วยวีเนียร์ รวมถึงผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาโดยไม่ต้องการครอบฟัน เนื่องจากการทำวีเนียร์จะสูญเสียเนื้อฟันมากกว่าการครอบฟันนั่นเอง

การทำวีเนียร์นั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้ว่าต้องการผลลัพธ์แบบใด หรือต้องการการแก้ไขปัญหาในรูปแบบใด ซึ่งแพทย์จะทำการประเมินอีกครั้งว่าเหมาะสมหรือไม่ เพื่อการรักษาที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับคนไข้มากที่สุด จึงจำเป็นอย่างมากที่ทันตแพทย์นั้นจะต้องมีความเชี่ยวชาญ รวมถึงเครื่องมือที่ทันสมัยและทำให้คนไข้สามารถมั่นใจในมาตรฐาน เราจึงอยากแนะนำคลินิกทันตกรรมที่มีมาตรฐาน อันดับต้นๆของประเทศ ทั้งยังเป็น Veneer Center ที่โดดเด่นในเรื่องของการทำวีเนียร์โดยเฉพาะ คนไข้สามารถวางใจได้ว่าตัวเองจะได้รับการรักษาที่ดีที่สุดจาก PMDC คลินิกทันตกรรมนี้อย่างแน่นอน

งูสวัด ภัยเงียบอันตรายของผู้สูงอายุ

โรคงูสวัด เป็นโรคจากเชื้อไวรัสที่ทุกคนรู้จักกันดี โดยพบบ่อยขึ้นตามอายุที่มากขึ้น และอาการในผู้สูงอายุจะมีความรุนแรงมากกว่า และพบโรคแทรกซ้อนได้มากกว่าผู้ป่วยที่มีอายุน้อย เราควรทำความรู้จักโรคนี้กันให้ดี เพื่อเป็นการป้องกันคนใกล้ตัวที่คุณรัก

โรคงูสวัดเกิดจากอะไรได้บ้าง

งูสวัดนั้นเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดเดียวกับโรคอีสุกอีใส คือเชื้อ varicella zoster virus (VZR) โดยเชื้อจะค่อยๆเคลื่อนตัวตามแนวเส้นประสาทและเข้าไปอยู่ในปมประสาทของร่างกายโดยไม่เกิดอาการผิดปกติใดๆให้รู้สึกตัว เพียงแต่ถ้าเมื่อใดที่ร่างกายมีภูมิต้านทานต่ำ ไม่ว่าจะเกิดจากอาการป่วย, อายุที่เพิ่มมากขึ้น, หรือการได้รับยากดภูมิต้านทาน ก็จะทำให้เชื้อไวรัสนั้นสามารถกำเริบจนเกิดมาเป็นโรคงูสวัดได้

อาการของโรคงูสวัด

จะเป็นอาการที่เห็นชัดได้ทางผิวหนัง คือจะมีผื่นแดงหรือตุ่มนูนขึ้นตามตัวคล้ายกับโรคอีสุกอีใส แต่จะมีความแตกต่างกันคือ งูสวัดจะมาในรูปแบบกลุ่มหรือแถวยาวตามแนวของเส้นประสาท ไม่เหมือนกับอีสุกอีใสที่จะกระจายไปทั่วตัว จากนั้นตุ่มนูนของงูสวัดนั้นจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสและแตกออกเป็นการตกสะเก็ด รวมถึงจะมีอาการปวดแสบปวดร้อน ที่เกิดขึ้นตามผิวหนังตามแนวเส้นประสาท อาจรู้สึกเหมือนผิวหนังไหม้หรือปวดเหมือนไฟช็อต แล้วแต่อาการหนักเบาของแต่ละคน

อาการแทรกซ้อนของโรคงูสวัด

อาการที่พบเห็นได้บ่อยคือการปวดตามแนวเส้นประสาทหลังการติดเชื้อ ซึ่งจะพบมากในผู้ป่วยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และระยะเวลาในการปวดจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล บางคนอาจนานเป็นเดือน หรือเป็นปี หนักสุดอาจมีอาการปวดตลอดชีวิตเลยก็ได้ เรียกได้ว่าเป็นภาวะแทรกซ้อนที่จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นจำนวนมาก หรือภาวะแทรกซ้อนอื่นๆอาจจะเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดการอักเสบต่ออวัยวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตา หรืออื่นๆ

โรคงูสวัด แท้จริงแล้วสามารถป้องกันได้

สำหรับผู้ที่เกิดความกังวล ก็จะสามารถคลายกังวลได้บ้างหากทราบว่า ปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีวัคซีนป้องกันการเกิดโรคงูสวัดในผู้สูงอายุแล้ว โดยจะแนะนำให้ฉีดในผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือในผู้ที่มีโรคอื่นๆ หรือเป็นผู้ที่มีความไม่แข็งแรง อาจเข้ารับการฉีดก่อนอายุ 60 ปีก็ได้ ตามคำแนะนำและพินิจของแพทย์ โดยวัคซีน 1 เข็ม สามารถป้องกันโรคได้ดีที่สุดในระยะ 10 ปีจากวันที่ฉีด

เพราะเรื่องของสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ การเตรียมพร้อมรับมือในทุกๆด้านก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นเดียวกัน เราจึงอยากแนะนำให้ทุกท่านมีประกันสุขภาพเป็นของตัวเองเพื่อเป็นเกราะป้องกันในอนาคต โดยการเริ่มทำตั้งแต่ตอนอายุยังน้อยจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เนื่องจากเป็นการเตรียมพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ และหากทำประกันสุขภาพตั้งแต่ตอนอายุน้อยจะทำให้เบี้ยประกันมีราคาที่ถูกลง มีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น และถ้าหากสนใจประกันสุขภาพที่มีความคุ้มค่าและมีการคุ้มครองที่ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุบัติเหตุหรืออาการเจ็บป่วยต่างๆ เราขอแนะนำประกันสุขภาพสุดฟิน อย่าง ฟินชัวรันส์ ประกันสุขภาพkwi ที่จะให้คุณทุกความคุ้มค่า คุ้มครองสูงสุด 10 ล้านบาทต่อปีโดยไม่ต้องสำรองจ่าย

อยากมีซิกแพ็ค แต่ไม่อยากออกกำลังกาย ดูดไขมันหน้าท้องคือทางออกที่ดีที่สุด

ในยุคสมัยที่วุ่นวายเหมือนปัจจุบัน ทำให้เวลาในการใช้ชีวิตอาจเร่งรีบและมีจำกัด บางคนจึงไม่สะดวกที่จะออกกำลังกายเป็นประจำ แต่ก็ยังอยากที่จะกำจัดปัญหาไขมันส่วนเกินของตัวเอง บางทีการดูดไขมันหน้าท้องจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่อยากมีซิกแพ็ค เนื่องจากจริงๆแล้วคนเราทุกคนมีซิกแพ็คอยู่แล้ว เพียงแต่ถูกไขมันหน้าท้องบดบังเอาไว้เท่านั้นเอง

ดูดไขมันหน้าท้องสามารถทำให้เกิดซิกแพ็คได้หรือไม่

ได้อย่างแน่นอน เนื่องจากซิกแพ็คคือชั้นกล้ามเนื้อที่ทุกคนมีอยู่แล้ว เพียงแต่ถูกไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องบดบังเอาไว้เท่านั้น การจะทำให้ซิกแพ็คนั้นขึ้นอย่างชัดเจน จำเป็นที่จะต้องกำจัดไขมันบริเวณหน้าท้องออกไป ไม่ว่าจะด้วยการออกกำลังกาย หรือการดูดไขมันหน้าท้องเองก็ตาม

มีไขมันบริเวณหน้าท้องเยอะ สามารถดูดไขมันหน้าท้องได้หรือไม่

สำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องเยอะ สามารถดูดไขมันได้ตามปกติ เพียงแต่การดูดไขมันหน้าท้องอย่างเดียวอาจไม่ทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน เนื่องจากผิวหนังจะมีความหย่อนคล้อย แนะนำให้ทำการตัดไขมันและตกแต่งบริเวณหน้าท้องเพิ่มด้วยเพื่อผลลัพธ์ที่ออกมาชัดเจนและสวยงาม หลังจากการดูดไขมันหน้าท้องแล้ว การดูแลตัวเองก็สำคัญ หมั่นใส่ชุดกระชับสัดส่วน ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และเลี่ยงอาหารที่มีไขมันมาก จะช่วยให้รูปร่างมีสัดส่วนที่สวยงามตรงตามใจได้

สนใจดูดไขมันหน้าท้อง จะต้องหาข้อมูลสำคัญเรื่องอะไรบ้าง

การดูดไขมันหน้าท้อง นอกจากจะศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการ ขั้นตอน และสิ่งข้อควรที่จะต้องระวัง เพื่อการเตรียมตัวที่พร้อมก่อนเข้ารับการดูดไขมันหน้าท้องนั้น การศึกษาหาข้อมูลของคลินิกที่เราเลือกใช้บริการ รวมถึงหมอและทีมแพทย์ที่จะเป็นผู้เริ่มต้นการดูดไขมันให้เราก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกัน หากกำลังมองหาคลินิกที่มีคุณภาพในเรื่องของเครื่องมือและความเชี่ยวชาญของแพทย์ เราขอแนะนำ คลินิกดูดไขมันหมอลูกหนู ที่จะสามารถมั่นใจได้ถึงผลลัพธ์ว่าจะออกมาสวยงามดั่งใจ เนื่องจากคุณหมอทำการประเมินให้ตามความเหมาะสมเคสต่อเคส สามารถวางใจได้ว่าปลอดภัยและมีคุณภาพอย่างแน่นอน

ทำไม…เราควรอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ

ป่าเขาลำเนาไพร ต้นไม้ใบหญ้าหรือแม้แต่สายน้ำ ล้วนเป็นความที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ขึ้นมา ซึ่งนอกเหนือจากความงามที่สามารถจับต้องได้ด้วยตาแล้ว ธรรมชาติยังช่วยฟื้นฟูเยียวยาจิตใจและร่างกายให้กับมนุษย์ได้ด้วย ว่าแต่ธรรมชาติช่วยอะไรได้บ้าง กับที่พักอาศัยท่ามกลางธรรมชาติ มาดูคำตอบกัน

  1. สีของธรรมชาติ สีมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของคนเราไม่น้อย เช่น สีส้ม สีแดง เมื่อเรามองเห็นจะรู้สึกถึงความร้อนแรง เร่งรีบและไม่สบายตา ในขณะที่สีเขียว สีฟ้าจะช่วยให้เกิดความรู้สึกเย็นตา สบายใจ ปลอดภัยและผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น  ใครที่ทำงานหนัก ต้องใช้สมองในการคิดวิเคราะห์มากจะเหมาะกับสีทั้งสองสีนี้เป็นอย่างยิ่ง นอกจากจะช่วยลดความเครียดและผ่อนคลายความกังวลลงได้แล้ว ยังทำให้มีสมาธิมากขึ้นอีกด้วย
  2. เพิ่มภูมิคุ้มกัน ในพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์จะมีแบคทีเรียที่ชื่อว่า Mycobacterium vaccae อยู่เป็นจำนวนมาก เป็นแบคทีเรียที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเซโรโทนินออกมามากขึ้น เป็นฮอร์โมนแห่งความสุข ต้านโรคซึมเศร้าและยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายด้วย
  3. เสริมสร้างวิตามิน แสงแดดอ่อนๆยามเช้าอุดมไปด้วยวิตามินดี ซึ่งเป็นวิตามินอีกประเภทหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ในเมืองใหญ่นั้นมักจะอากาศร้อนอย่างรวดเร็วแม้ในยามเช้า การจะหาพื้นที่สีเขียวที่ให้ร่มเงามากในเมืองใหญ่นั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว

อย่างที่บอกว่าการที่คนเมืองจะได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดกับป่าเขาลำเนาไพรนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย การออกแบบผังเมืองที่ดีจึงควรมีพื้นที่สีเขียวเพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสกับธรรมชาติ ได้สบายใจ สบายตากับสีเขียว ได้สัมผัสจุลินทรีย์ที่ดีและแสงแดดที่ไม่ร้อนจนแสบผิว ซึ่งเมืองที่เต็มไปด้วยคอนกรีตและอิฐปูนจะสร้างโครงการที่พักอาศัยท่ามกลางธรรมชาติป่าสีเขียวขนาดใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ ยังมีโครงการเมืองระดับเวิลด์คลาส ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบ Green Living มากที่สุดในขณะนี้ คุณสามารถคลิกเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mqdc.com/our-business/theme-project/theforestias

Advantages of Eyelash Extensions In Bangkok

Eyelash extensions are trending in the beauty and fashion world. There are so many advantages that come with lash extensions; they save you lots of time and effort and the trouble of applying mascaras.

Every lady yearns to have full, long lashes and this new technique is one great beauty trend that will help you get fluttery lashes with long term benefits.

Here are some advantages for eyelash extensions according to thailandexpo2010.

Saves time

Eyelashes will not only help you look younger, but will save you time. Immediately you get out of bed, you are set to go. If you wear mascara each day, getting eyelash extensions will save you a lot of time spent in front of the mirror every morning.

Pop out your eyes

Eyelash extensions will help to bring out your eyes color and increase their sparkle. They are like a pretty frame around your eyes.

Eyelash extensions last longer than strip lashes

When compared to strip lashes that have to be applied and removed on a daily basis, eyelash extensions are semi-permanent. Each lash extension is usually attached to an individual eyelash, so they grow together with your natural eyelashes. The full growth cycle of natural lashes is usually 4-6 weeks. They will then fall out with your natural eyelashes.

Improves confidence

A lot of people associate eye contact with confidence and truthfulness. A lot of women that get eyelash extensions have had a boost in their confidence as well as eye confidence. You will not have to worry about your lash extensions falling off during the day like glue-on eyelashes that can fall off any time.

They are not painful

Compared to many beauty procedures, wearing eyelash extensions is not a painful process. Having them doesn’t do any harm to your natural eyelashes.

Give a youthful appearance

Nothing will make your eyes sparkle like voluminous, thick long eyelashes. Increasing the length of your lashes lifts your eyes, and there are no side effects. These pretty lashes make you look younger than your actual age and add some brightness to your face.

If you are looking for the Eyelash Extensions service in Bangkok please visit Prettywomandesign.com

น้ำซุปสำเร็จรูป อาหารสริมสำหรับลูกน้อย

น้ำสต๊อก หรือ น้ำซุปสำเร็จรูป เป็น น้ำต้มที่ถือเป็นหัวใจหลักสำคัญในการทำอาหารหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น แกงจืด ข้าวต้ม ก๋วยเตี๋ยว หรือแม้แต่ผัดผักต่าง ๆ ทำมาจากการนำกระดูกหมู กระดูกวัว กระดูกไก่ หรือก้างปลา เปลือกกุ้ง กระดองปู นำมาต้มรวมกับผักหลายชนิดจนได้มาเป็นน้ำสต๊อกหรือน้ำซุปสำเร็จรูปนำมาปรุงรสด้วยเกลือทะเลและพริกไทย บางครั้งใส่เครื่องเทศของฝรั่งลงไปนิดหน่อย เพื่อให้น้ำสต๊อกมีรสชาติและกลิ่นที่ต่างออกไป

น้ำสต๊อกที่เอาไว้ปรุงอาหารต่าง ๆ สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ชนิด ได้แก่

1.น้ำสต๊อกสีน้ำตาล เป็นน้ำต้มกระดูกที่มีสีน้ำตาล ได้จากการอบกระดูกก่อนนำมาเคี่ยวและใส่ผัก เช่น หอมหัวใหญ่ แครอท มีเครื่องเทศคือ พริกไทยเม็ด ต้นกระเทียมและเกลือ

2.น้ำสต๊อกสีขาว (คล้ายคลึงกับน้ำซุปราเมนของญี่ปุ่น) เป็นการนำกระดูกหน้าแข้งหมู วัว กระดูกสันหลังหรือกระดูกซี่โครงมาต้ม โดยการทุบกระดูกให้แตกก่อนนำมาต้ม เพื่อให้น้ำที่อยู่ในกระดูกออกมา โดยทุกครั้งต้องต้มรวมกับเครื่องเทศและผัก

3.น้ำสต๊อกปลา เป็นน้ำกระดูกปลา อาจได้จากส่วนครีบหรือหางที่เราตัดออก และกระดูกกลางหลังของปลา ต้มกับหอมหัวใหญ่ ผักชีฝรั่งและพริกไทยเม็ด

4.น้ำสต๊อกไก่ ใช้ซี่โครงไก่ รวมทั้งเครื่องในนำมาต้มโดยใช้ไฟอ่อน ๆ เคี่ยวประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรืออาจใช้ส่วนอื่น ๆ ของไก่ด้วยก็ได้เช่นกัน

5.น้ำสต๊อกผัก เป็นการนำผักหลาย ๆ ชนิดมาต้มรวมกัน โดยส่วนใหญ่มักใช้ หอมหัวใหญ่ แครอท ก้านขึ้นฉ่าย ต้นกระเทียม กะหล่ำปลี ก้านกะหล่ำดอก หัวไชเท้า ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย

น้ำสต๊อกหอมกรุ่น นอกจากจะมีรสชาติที่หอมอร่อยถูกใจลูกน้อยแล้ว ยังพิถีพิถันในเรื่องของคุณภาพสารอาหาร และความสะอาดเป็นพิเศษ คัดสรรเฉพาะผักที่ดีมีประโยชน์ และปลอดภัย ปลอดสารพิษ ไม่มีการใส่ผงชูรส หรือเกลือและใช้เฉพาะวัตถุดิบจากธรรมชาติเท่านั้น รวมถึง หมู ไก่ ที่คัดพิเศษ อุดมไปด้วยสารอาหารที่ครบถ้วน ตามวัยที่เด็กต้องการ ทานง่ายและมีประโยชน์ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ น้ำสต๊อกเด็ก