ลูกเป็นเด็กสมาธิสั้นจะรักษาอย่างไร?

จากที่อยู่กับลูกเป็นประจำสังเกตได้ว่าลูกมีพฤติกรรมอยู่ไม่นิ่ง พูดอะไรก็ไม่ฟัง ไม่มีสมาธิ เลยหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต บวกกับพาลูกไปคุยกับเพื่อนบ้านที่เป็นนักจิตวิทยา ได้คำตอบว่า ลูกเป็นเด็กสมาธิสั้น จากกรณีนี้เราจะมาหาคำตอบกันว่า โรคสมาธิสั้นมีทางแก้ไขหรือไม่ และวิธีรักษาอย่างไร ไปดูกันครับ

ปัจจุบันวิธีรักษาโรคสมาธิสั้น (ADHD – Attention Deficit Hyperactive Disorder) มี 4 วิธี ได้แก่

1. ปรับพฤติกรรมและกระตุ้นพัฒนาการเด็กสมาธิสั้น

ซึ่งจะได้ผลดีมากในเด็กที่ยังเป็นโรคสมาธิสั้นไม่มาก และยอมเต็มใจที่จะเข้ารับการฝึกสมาธิสั้นเพื่อให้อยู่นิ่ง

2. รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง

โดยแพทย์จะเลือกชนิดยาที่เหมาะกับอาการสมาธิสั้นและวัยของเด็กสมาธิสั้น เช่น Methylphenidate ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองให้หลั่งสารสื่อประสาทเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการรับประทานทานยานั้นให้ผลในการรักษาที่ดีได้ถึง 70 – 80% โดยประมาณ และเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นจะมีอาการดีขึ้นหลังจากรับประทานยาไปแล้วภายใน 1 – 4 สัปดาห์

3. เรียนแบบตัวต่อตัว

เพื่อช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กสมาธิสั้นให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเด็กที่เป็นโรคบกพร่องทางการเรียนรู้ร่วมด้วยนั้นจะเรียนไม่ทันเพื่อน พ่อแม่ผู้ปกครองควรหาวิธีพัฒนาการเรียนของเด็กอย่างเหมาะสม

4. ปรึกษาแพทย์ต่อเนื่อง

เพื่อทำความเข้าใจและขอคำแนะนำเกี่ยวกับเทคนิคการเลี้ยงดูเด็กที่มีอาการสมาธิสั้นได้ถูกต้อง การสื่อสารกันระหว่างแพทย์ ครู และผู้ปกครอง เพื่อลดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กที่อาจเกิดขึ้นได้

หากเกิดความสงสัยว่าเด็กมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคสมาธิสั้น พ่อแม่ผู้ปกครองควรรีบพาเด็กไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที เพราะการรักษาโรคนี้ต้องใช้เวลาและอาศัยความร่วมมือทั้งจากตัวเด็ก พ่อแม่ผู้ปกครอง และคุณครูผู้สอน ซึ่งต้องใช้หลายศาสตร์ร่วมกันเพื่อผลการรักษาที่ดี ที่สำคัญหากเด็กเข้ารับการรักษาจนหายขาดจากโรค นอกจากจะสมาธิดีขึ้น ผลการเรียนดีขึ้น เด็กยังเกิดความภาคภูมิใจในตนเองและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพได้ในอนาคต หากมีข้อสงสัยสอบถามเข้ามาได้ที่สถาบัน BrainFit Studio

เทคนิคเลี้ยงเด็ก ‘สมาธิสั้น’ ให้อยู่ในสังคมได้อย่างปกติ

เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นก็เหมือนกับเด็กคนอื่นๆทั่วไป ที่ต้องไปโรงเรียน ทำการบ้าน ทำกิจกรรมต่างๆ แต่ก็มีบางพฤติกรรมที่ไม่เหมือนกับเด็กทั่วไป ถ้าดูแลไม่ดีก็อาจจะทำให้เข้าสังคมกับเด็กคนอื่นได้อยาก วันนี้เรามีเทคนิดเลี้ยงเด็กสมาธิสั้นอย่างไรให้อยู่ร่วมกับคนอื่นได้ปกติ ถ้าอยากรู้แล้ว ตามมาดูกันครับ

โรคสมาธิสั้นมีสาเหตุมาจากสมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง โดยเฉพาะในสมองส่วนหน้า ที่ควบคุมเรื่องสมาธิ ความจดจ่อ การยับยั้งชั่งใจ และการเคลื่อนไหวของร่างกาย ทำงานน้อยกว่าเด็กปกติ อาการที่แสดงออกคือ ไม่มีสมาธิ วอกแวกง่าย อยู่ไม่นิ่ง ซน ควบคุมพฤติกรรมตัวเองได้ยากและหุนหันพลันแล่น ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ของเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น ทำให้การใช้ชีวิตของเด็กสมาธิสั้นร่วมกับผู้อื่นเป็นเรื่องยาก สร้างความกลุ้มใจให้แก่พ่อแม่ และผู้ปกครองเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นห่วงการใช้ชีวิตของลูกหลานที่เป็นโรคสมาธิสั้นในอนาคต ดังนั้นเราต้องมีเทคนิคที่จะทำให้เด็กสมาธิสั้นสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างปกติกับเด็กคนอื่นๆ

เทคนิคแรก ลดสิ่งเร้า เพราะสิ่งเร้า เช่น ในสิ่งแวดล้อมที่เสียงดัง สีสันที่ฉูดฉาด เป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้สมาธิของเด็กที่มีอาการสมาธิสั้นน้อยลง พ่อแม่ ควรจัดบ้านให้เรียบง่าย เก็บของในตู้ทึบแทนตู้กระจก และไม่ปล่อยให้เด็กเล่นเกมหรือดูทีวีมากเกินไป

เทคนิคที่ 2  พ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องใกล้ชิดกับเด็ก คอยติดตามและตักเตือน เนื่องจากเด็กสมาธิสั้นบางครั้งไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

เทคนิคที่ 3  หนุนจิตใจชื่นชมเด็กเมื่อเด็กมีพฤติกรรมที่ดี หรือมีความสำเร็จเล็ก ๆ ควรเปิดโอกาสให้เด็กคิด ช่วยเด็กหาวิธีแก้ไขจุดอ่อน ไม่พูดคำว่า “อย่าทำ” “อย่าไป” “หยุดเดี๋ยวนี้”เพราะเด็กสมาธิสั้นมักมีโอกาสทำสิ่งต่าง ๆ  ไม่สำเร็จอยู่แล้ว

เทคนิคที่ 4 ให้รางวัลเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น มักจะเบื่อ และขาดความอดทน แต่หากมีรางวัลตามมา เด็กจะรู้สึกท้าทาย และมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น

เทคนิคที่ 5 ระวังพูดจาไม่พูดมากหรือบ่น ไม่เหน็บแนม ประชดประชัน ไม่ติเตียนกล่าวโทษ บอกกับเด็กสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่าต้องการให้ทำอะไร หากเด็กไม่ทำตามคำสั่ง พ่อแม่ควรใช้วิธีเดินเข้าไปหา จับมือ แขน หรือ บ่า สบตาเด็ก พูดสั้น ๆ จากนั้นให้เด็กพูดทวน หากเด็กไม่ทำก็พาไปทำด้วยกัน

การดูแลเด็กสมาธิสั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องใจเย็นๆ คอยห่วงใยดูแลอย่างใกล้ชิด สิ่งไหนไม่ดีก็บอกเขาดีๆ พร้อมเหตุผล ถ้าอยากฝึกให้ลูกมีพัฒนาการและสมาธิที่ดี แนะนำคอร์สเรียนที่สถาบัน BrainFit Studio เพราะเป็นหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อผู้ที่มีอาการสมาธิสั้นโดยเฉพาะ