Best Industrial Heaters of the Year: Buying Guide

Industrial Heaters convert energy from gas, electricity, or other energy sources into thermal energy to support different processes. Therefore, when buying an industrial heater, you must stop to look at various factors. 

Here is an overview of the considerations you should consider before choosing an industrial heater, according to Thailand Expo 2010.

Choose Your Preferred Heat Source

Before buying an industrial heater, it’s advisable to think about the heating source. Industrial heaters rely on electricity, gas, and other fuel sources to provide the required temperatures.

Each heating source has its fair share of pros and cons. As such, take your time to pick your preferred option based on your budget, availability, and maintenance needs. Also, choose an environmentally friendly heating source to reduce your carbon footprint. 

Compare Different Industrial Heaters

Industrial heaters are available in various sizes, configurations, physical properties, and shapes. Further, each type is ideal for a specific application. The different types of industrial heaters available in the market today include:

  • Immersion heaters
  • Duct heaters 
  • Flexible heaters
  • Strip heaters
  • Tubular heaters
  • Ring heaters and more

Ring heaters are usually used to heat round materials such as molds and tanks. On the other hand, immersion heaters heat viscous liquids and oils directly. Flexible heaters are ideal for almost all applications because they can be adjusted to suit different shapes and materials. 

Think About Your Preferred Operating Temperature

Each industrial heater has a maximum operating temperature. As a result, you should consider the optimal temperature for your industrial processes before buying an industrial heater. 

Plan Ahead

Industrial heaters experience challenges at one point or another. That’s why you should plan to prevent downtimes. Start by making sure that your new industrial heater is installed correctly. After that, schedule routine maintenance to identify issues before they get out of hand. 

Check the Certifications and Warranty

Your new industrial heater should serve you for many years to come. By checking the certification and warranty, you can only be sure you are buying quality and reliable heater. Only work with a brand that provides industry-leading warranties to get the peace of mind you deserve. 

Conclusion

If you need a reliable industrial heater, take your time to check the certification, operating temperature, and fuel source to pick the suitable unit for your specific needs.

One of the top distributors and providers of industrial heaters products and services as the Prolific Heating International Group is a recommended choice for interested people.

For more detail about Prolific Heating International Group, please visit https://phiheating.com/

KWI Life เลือกประกันชีวิต เพื่อคนที่คุณรัก

หากคุณกำลังมองหาประกันชีวิตดีๆ สัก 1 กรมธรรม์ นั่นเพราะว่าอยากมีอะไรไว้ให้อุ่นใจ เพื่อว่าวันนึงหากไม่อยู่แล้วอย่างน้อยคนที่รักจะได้ไม่ลำบาก ตั้งหลักชีวิตได้ สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกประกันชีวิตอย่างไรดี วันนี้ เคดับบลิวไอ ประกันชีวิต ขอแนะนำการเลือกประกันชีวิต เพื่อคนที่คุณรัก เพียง 2 ข้อง่ายๆ ได้ดังนี้

1.ประกันชีวิตที่ดีควรให้ความคุ้มครองทั้งชีวิตและสุขภาพ – ในปัจจุบันนี้ประกันหลายบริษัทได้แข่งกันทำรูปแบบกรมธรรม์ออกมา ทำให้มีประกันชีวิตออกมามากมายหลายแบบ หนึ่งในนั้น ก็คือ ประกันชีวิต ที่ ครอบคลุมไปยัง ประกันสุขภาพด้วย ซึ่งประกันชีวิตในรูปนี้ถือว่าเป็นรูปแบบใหม่ อาจจะมีค่าเบี้ยประกันที่สูงกว่าปกติ แต่ข้อดีของประกันแบบนี้ก็คือผู้เอาประกันภัยจะได้สิทธิประโยชน์ในการเบิกค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุของแบบประกันสุขภาพซึ่งเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติม พร้อมๆ กับสิทธิประโยชน์ของแบบประกันชีวิตที่มีอยู่เดิม ซึ่งการเลือกประกันในรูปแบบนี้จะมีข้อจำกัดอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องของโรคร้ายแรงและโรคประจำตัวที่อาจไม่คุ้มครองการรักษา เหมาะกับผู้สูงอายุที่ไม่มีโรคร้ายแรงหรือโรคประจำตัว เพราะประกันสุขภาพแบบนี้ มักจะต้องมีการตรวจและตอบคำถามสุขภาพด้วย หากมีโรคประจำตัวหรือกลุ่มโรคร้ายแรงตามที่กรมธรรม์กำหนด ก็จะไม่สามารถทำประกันชีวิตชนิดนี้ได้ ซึ่ง KWI LIFE Insurance ก็มีประกันแบบนี้ให้เลือกนะ

2.ควรเลือกประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ได้ – ซึ่งการประกันชีวิตในรูปแบบนี้ เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะ สำหรับการเลือกประกันชนิดนี้ให้กับผู้สูงอายุ เนื่องจากประกันแบบนี้เป็นลักษณะของการออมเงินซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกระยะเวลาในการชำระเบี้ยประกันได้ และยังสามารถเลือกรับเงินคืนระหว่างปีหรือไม่รับก็ได้ ซึ่งการเลือกรับเงินคืนได้นั้นจะทำให้ผู้สุงอายุมีเงินใช้ในระหว่างเกษียณ จะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นภาระของลูกหลานและหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเงินออมก้อนนี้จะถูกส่งมอบให้กับผู้รับผลประโยชน์ ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งเงินก้อนก็มากพอที่จะให้คนที่ยังอยู่ได้ตั้งหลักก้าวเดินต่อไปได้

เห็นไหมคะว่าการเลือกประกันชีวิต เพื่อสร้างความสบายใจให้กับเราและสร้างหลักประกันให้กับคนที่เรารักนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเลย ขอเพียงแค่เราใส่ใจรายละเอียดของกรมธรรม์ให้ดี เลือกผลประโยชน์สิ่งที่จะได้ ให้คุ้มกับสิ่งที่เสียไป เลือกประกันดีๆ สักฉบับ เคดับบลิวไอ ประกันชีวิต เปลี่ยนประกันชีวิตให้ง่ายสำหรับคุณ ผ่านกรมธรรม์ที่หลากหลายพร้อมดูแลอย่างครอบคลุม สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.kwilife.com/

มารู้จักถังดักไขมัน ไอเท็มสุดจำเป็นที่ไม่ควรมองข้าม

หากพูดถึง ถังดักไขมัน หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักหรือหลายคนอาจจะรู้จัก แต่มองว่าไม่สำคัญสำหรับบ้านเรือน อาจจะมองว่าเจ้าถังดักไขมันนี้เหมาะสำหรับพวกร้านอาหาร คาเฟ่หรือโรงแรมเท่านั้น วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับถังดักไขมันกันค่ะ

ถังดักไขมัน คือ อุปกรณ์อีกหนึ่งตัวที่ช่วยในการดักจับไขมันจากท่อน้ำทิ้งทั้งหมด เพื่อแยกส่วนไขมันออกจากน้ำก่อนที่จะทำการปล่อยน้ำทิ้งลงสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะ ซึ่งหลายคนอาจจะเข้าใจว่า ถังดักไขมันนั้นมีความจำเป็นแค่ในร้านอาหาร โรงแรมหรือคาเฟ่ ทั้งๆที่อันที่จริงแล้ว ในบ้านเราก็จำเป็นที่จะต้องมีถังดักไขมันเหมือนกัน เนื่องจาก ถังดักไขมันจะช่วยดักจับไขมันไม่ให้ปะปนไปกับน้ำที่ผ่านการใช้งานต่าง ๆ ภายในบ้าน ก่อนปล่อยลงสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญในการทำให้เกิดท่อระบายน้ำอุดตัน ส่งผลต่อเนื่องให้เกิดน้ำท่วม ซึ่งของเสียประเภทไขมัน หากปล่อยทิ้งสะสมประมาณ 1 เดือนขึ้นไป จะเริ่มจับตัวเป็นก้อนชั้นหนาคล้ายสบู่ แม้ว่าจะไม่แข็งตัวเท่าสบู่ แต่หากมีความหนาเกิน 10 เซนติเมตร จะมีผลทำให้น้ำไหลผ่านยากมาก นอกจากนี้ ถังดักไขมันยังช่วยในเรื่องของการป้องกันของแหล่งสะสมโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากไขมันอุดตันในท่อน้ำทิ้งและกลิ่นเหม็นอันไม่พึงประสงค์จากน้ำที่น้ำเสียจากเศษอาหารรวมถึงไขมันจากการทำอาหารที่ตกค้างภายในท่อเกิดการเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นย้อนกลับเข้ามาจุดต่างๆ ของท่อระบายน้ำภายในบ้านได้ดีอีกด้วย โดยถังดักไขมัน ที่เหมาะสำหรับบ้านเรือนก็คือ ถังดักไขมัน แบบฝังดิน โดยเลือกความจุ ให้เหมาะสมกับสมาชิกภายในบ้าน เริ่มต้นตั้งแต่ 15 ลิตร ไปจนถึง 30 ลิตร

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเพื่อสุขอนามัยที่ดีและความรับผิดชอบต่อสังคมอย่ามองข้ามเรื่องการติดตั้งถังดักไขมันไว้ในบ้านนะคะ เรียกได้ว่าช่วยทำระบบภายในบ้านของเราสะอาดแล้ว ยังไม่ทำให้เกิดมลภาวะที่เกิดจากการปล่อยน้ำเสียจากบ้านของเราโดยที่ไม่ผ่านถังดักไขมันอีกด้วย ผู้อ่านท่านใดที่สนใจอยากติดตั้งถังดักไขมันภายในตัวบ้านสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ DOS LIFE ผู้เชี่ยวชาญด้านถังดักไขมันและจัดจำหน่ายมาอย่างยาวนานพร้อมให้คำปรึกษาคุณค่ะ

3 ข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อครีมทาท้องลาย

ก่อนเลือกซื้อครีมทาท้องลาย อยากให้คุณแม่รู้ที่มาของสาเหตุกันก่อนว่าเมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นเรื่องปกติที่จะเกิดรอยแตกลายขึ้นอยู่แล้ว ความเปลี่ยนแปลงของผิวหนังอย่างรวดเร็วตามน้ำหนักตัวและขนาดของร่างกาย ผิวหนังถูกยืดออก จนโครงสร้างคอลลาเจนถูกทำลาย

ซึ่งรอยแตกลายไม่ได้มีแค่สีขาวเท่านั้น ยังมีสีแดงหรือสีม่วงด้วย มีความแตกต่างกันที่ว่า รอยแตกลายสีแดงหรือสีม่วง จะแสดงให้รู้ว่ามีหลอดเลือดทำงานอยู่ ทำให้ง่ายต่อการรักษามากกว่า รอยแตกลายสีขาวคล้ายเส้นไขมัน ที่บ่งบอกว่านี่เป็นรอยแตกเก่า มีหลอดเลือดแคบลง ยากต่อการกระตุ้นสร้างคอลลาเจน ทำให้รักษาได้ยาก

เมื่อคุณแม่ที่กำลังตัดสินใจเลือกซื้อครีมทาท้องลายคนท้อง เรามีข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อครีมทาท้องลายมาฝากกัน ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดมีผลต่อลูกน้อยในครรภ์ คุณแม่จึงต้องรู้ว่าผลิตภัณฑ์แบบใดที่สามารถใช้ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายทั้งแม่และลูก

• คุณแม่ผิวบอบบาง ต้องเลือกครีมทาท้องลายที่มีสารสกัดอ่อนโยน ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม สี, Parabens และ Mineral Oil ที่อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองได้

• เลือกครีมทาท้องลายที่มีสารสกัดสำคัญ อย่าง กลีเซอรีน (Glycerin) ช่วยรักษาความชุ่มชื้น เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว และกรดไฮยาลูโรนิค เอซิด (Hyaluronic acid : HA) ช่วยประสานระหว่าง ชั้นผิวหนังแท้ โปรตีนคอลลาเจน และ อีลาสติน เข้าด้วยกัน ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ดูเรียบเนียน รวมถึงเซราไมด์ (Ceramide) ที่ช่วยฟื้นฟู และเติมความชุ่มชื้น ทำให้ Skin Barrier แข็งแรง ส่วนผสมของครีมทาท้องลายที่ช่วยปลอบประโลมผิวอย่าง Shea Butter และ Cocoa Butter นอกจากจะช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนแล้ว ยังมีส่วนช่วยให้รอยแผลเป็นจางหายอีกด้วย

• ครีมทาท้องลายสำหรับตั้งครรภ์โดยเฉพาะ ที่คัดส่วนผสมมาแล้วว่าไร้สารอันตรายสำหรับคนท้อง เช่น กลุ่มวิตามินเอหรือเรตินอยด์ (Retinoids) ซึ่งส่งผลให้เกิดความผิดปกติของลูกน้อยในครรภ์ อาจถึงขั้นเสี่ยงแท้งหรือพิการแต่กำเนิดได้

ถึงแม้ว่าคุณแม่จะเลือกใช้ครีมทาท้องลายมาช่วยแก้ปัญหาแล้ว แต่อย่างไรคุณแม่ก็ต้องดูแลเองควบคู่ไปด้วย ดื่มน้ำให้เพียงพอ นอนหลับอย่างน้อย 8 ชม. ทานอาหารที่มีประโยชน์ ทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ Zeblanc ครีมคนท้องโดยแพทย์ให้การดูแลผิวของคุณแม่อย่างครบวงจรในทุกด้าน ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญไม่มีสารระคายเคือง ไม่มีสารต้องห้ามใดๆ ที่เป็นอันตราย

Breaking Down International School Fees in Thailand 2022

One of the significant factors to consider when choosing an international school is the school fees. As the number of international schools in Thailand continues to increase, more and more parents are enrolling their children in these schools. 

So, the experts at Thailand Expo will help you break down the actual cost of school fees at international schools in Thailand. 

The Average School Fees in Thailand

On average, parents spend around $17,200 every year on tuition fees. The fees range from $1,800 to $25,000 depending on various factors such as the curriculum, location, grade, and performance. Most schools in Thailand use universally accepted curricula such as the Indian, International Baccalaureate, and CBSE Curriculum. Let’s break down the fees below.

International Tuition Fees

As mentioned earlier, international schools in Thailand use different curricula. Moreover, these schools are divided into profit-making and non-profit schools operated by global educational groups. Naturally, school fees are higher in profit-making schools than in non-profit ones.

Additionally, parents pay more at schools that offer the International Baccalaureate Curriculum. The school fee is also likely higher in schools with many modern facilities than those with inadequate facilities. 

Campus Development Fee 

Most international schools in Thailand also require parents to pay a campus development fee or an enrollment fee to cover building and maintenance expenses. Some schools allow parents to make one-off payments, while others ask for an annual payment at the start of every academic year. Since the campus development fee varies from school to school, it is best to check the fee structure to avoid unpleasant surprises. 

Other Charges

Additionally, international schools in Thailand have non-refundable and refundable charges, including application fees, security deposits, uniforms, school trips, PTA, and more. These charges cover different expenses.

Parents can also pay optional fees such as school transport, individual music lessons, additional language lessons, boarding fees, and extracurricular activities. The good thing is that parents can qualify for sibling discounts and scholarships. So, take your time to determine whether your child is eligible for a scholarship or sibling discounts. 

Final Thoughts 

International school fees in Thailand vary from one parent to another based on the type of school, curriculum offered, and additional charges. Evaluating the fee structure carefully is advisable to avoid last-minute surprises.

สิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึง เกี่ยวกับการประกันชีวิต

การทำประกันชีวิตในประเทศไทย ยังถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีอัตราการทำประกันชีวิตในอัตราที่ต่ำ เพราะหลายคนยังมองข้ามความสำคัญที่คาดไม่ถึงของการทำประกันชีวิตไป ทำให้กลายเป็นว่าการทำประกันชีวิตนั้นไม่ใช่เรื่องที่สำคัญหรือจำเป็นแต่อย่างใด แต่รู้หรือไม่ว่าการทำประกันชีวิตนั้น มีประโยชน์ที่ใครหลายคนคาดไม่ถึงซ่อนอยู่

1.ประกันชีวิต คือ มรดกที่ปลอดภาษี
ปกติแล้วหากเราได้รับมรดกจากใครก็ตามไม่ว่าจะเป็นพ่อ-แม่ หรือครอบครัว มีความจำเป็นที่จะต้องเสียภาษีที่เรียกกันว่า ภาษีมรดก แต่เงินผลประโยชน์จากประกันชีวิต เป็นเงินที่ไม่ต้องเสียภาษีมรดก แม้จะเป็นสิ่งที่ได้รับการตกทอดมา ซึ่งใครก็ตามที่อยากได้มรดกโดยที่ไม่ต้องเสียภาษี การทำประกันชีวิตนี้แหละคือคำตอบที่ดีที่สุด

2.วินัยทางการเงิน สร้างได้ด้วยการทำประกันชีวิต
หลายคนมักจะพบกับปัญหาที่อยากเก็บเงินแต่เก็บเงินไม่อยู่ การซื้อประกันชีวิตเป็นอีกทางเลือกในการเก็บเงินที่ดี เพราะการซื้อประกันชีวิต เปรียบเสมือนการออมภาคบังคับ เพราะถ้าหากเราต้องการได้รับผลประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เราก็จะต้องมีวินัยทางการเงินเพื่อเก็บเงินมาจ่ายค่าเบี้ยประกันตามที่กำหนด ไม่ใช่เน้นสิ่งที่เราจ่ายมาเราก็จะไม่ได้อะไรเลยหรือหากได้ก็จะเป็นการได้ที่ไม่คุ้มกับที่เสียไป

3.สร้างหลักประกันให้คนที่รัก
เรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด สำหรับการทำประกันชีวิตเลยก็ว่าได้ เพราะจุดมุ่งหมายของการทำประกันชีวิตก็คือการสร้างหลักประกันให้คนที่เรารัก ให้ครอบครัวของเรา เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การทำประกันชีวิตเปรียบเสมือนการสร้างหลักประกันไว้ ว่าหากเกิดเหตุการณ์อะไรที่ไม่คาดฝันขึ้นมา อย่างน้อยเราก็จะมีผลประโยชน์จากกรมธรรม์ประกันชีวิตที่เราทำไว้ ไว้คอยดูแลคนที่เรารักและครอบครัว อย่างน้อยเขาจะมีทุนตรงนี้ไว้ตั้งหลักชีวิต ให้ดำเนินต่อไปในวันที่เราไม่อยู่แล้ว

3 สิ่งนี้เป็นสิ่งที่อยากให้หใครหลายคนได้ฉุกคิดว่า จริงๆแล้วประกันชีวิตนั้น เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลย เพราะการทำประกันชีวิตนั้นสำคัญและมีประโยชน์มากกว่าที่เราคิด ถ้าคุณยังลังเลว่าจะทำประกันชีวิตดีไหม ลองศึกษารายละเอียดให้ดีและนำมาประกอบการพิจารณา และหากใครที่กำลังมองหาแผนประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองที่ครบถ้วนและรอบด้าน สามารถดูรายละเอียดแผนประกันได้ที่ https://www.kwilife.com/

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแอปเปิ้ลสีแดง

แอปเปิ้ลสีแดง ผลไม้ที่ใครๆ ต่างก็รู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ซึ่งผลไม้ยอดนิยมชนิดนี้ก็มีเรื่องน่ารู้ต่างๆ เยอะแยะมากมาย อยากรู้ไหมว่ามีเรื่องอะไรบ้าง เราจะพาไปดูกัน

1. รสชาติของแอปเปิ้ลแดง

            แอปเปิ้ลสีแดงเป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวาน กรอบ อร่อย เรียกได้ว่าเป็นรสชาติที่ลงตัวที่สุดในบรรดาแอปเปิ้ลสีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แอปเปิ้ลเหลือง แอปเปิ้ลชมพู หรือ แอปเปิ้ลสีเขียว

2. อายุการเก็บรักษา

            แอปเปิ้ลแดง  สามารถเก็บได้ยาวนานและคงความสดได้มากกว่าแอปเปิ้ลสีอื่นๆ ทำให้เป็นที่นิยมในการจำหน่ายและบริโภคมากกว่า

3. โภชนาการของแอปเปิ้ลสีแดง

            ในแอปเปิ้ลสีแดง มีพลังงาน 59 กิโลแคลอรี่ มีน้ำ 85.33 กรัม น้ำตาล 10.48 กรัม และโพแทสเซียม 104 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณโภชนาการที่กำลังพอดีต่อความต้องการบริโภคของเราในแต่ละวัน

4. ประโยชน์ของแอปเปิ้ลสีแดง

            ในแอปเปิ้ลแดง จะมีสารแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งภายในสารต้านอนุมูลอิสระชนิดนี้สามารถช่วยชะลอวัย ลดความเครียด และต้านโรคมะเร็ง อีกทั้งยังช่วยบำรุงผิวพรรณ  เพราะในแอปเปิ้ลแดงนั้นมีสารแอนตี้ออกซิแดนต์มากที่สุด และรวมไปถึงคอลลาเจนที่ดีต่อสุขภาพผิว

            นอกจากนี้ในแอปเปิ้ลสีแดงยังมีเบต้าแคโรทีน วิตามินซี และเส้นใยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ โดยเพคตินมีกรด 2 ชนิด คือ กรดมาลิคและกรดทาร์ทาริกช่วยในการย่อยอาหารจำพวกโปรตีนและไขมัน ซึ่งดีต่อระบบย่อยอาหารของเรา

            และแอปเปิ้ลสีแดงยังเป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากในแอปเปิ้ลสีแดงถึงแม้จะมีน้ำตาลธรรมชาติในเนื้อแอปเปิ้ลมาก แต่น้ำตาลเหล่านั้นจะไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งแอปเปิ้ลแดงยังมีไฟเบอร์ที่จะคอยช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย

5. ข้อควรระวังเกี่ยวกับแอปเปิ้ลแดง

            สิ่งที่ควรระวังเกี่ยวกับการทานแอปเปิ้ลสีแดงนั้นก็คือ ควรระวังสารตกค้างจากยาฆ่าแมลงที่เปลือกของแอปเปิ้ล แต่การจะได้สารอาหารอย่างเต็มที่ก็ควรทานทั้งเปลือก ทางที่ดีคือ ควรล้างให้สะอาดก่อนทานทุกครั้ง และข้อควรระวังอีกอย่างก็คือไม่ควรรับประทานแอปเปิ้ลแดงมากจนเกินไปต่อ 1 วัน เนื่องจากในแอปเปิ้ลแดงมีสารประกอบบางประเภทที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย หากบริโภคในประมาณมาก

เป็นอย่างไรกันบ้างคะเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแอปเปิ้ลแดง  น่าสนใจไหมคะ แบบนี้ลองหาแอปเปิ้ลสีแดงมาติดตู้เย็นกันไว้บ้างนะคะ

ข้อเสียที่คุณต้องรู้ก่อนดูดไขมันหน้าท้อง

การดูดไขมัน เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สาวๆให้ความสนใจ โดยเฉพาะการดูดไขมันหน้าท้อง เพราะวิธีนี้เป็นวิธีที่สามารถลดหน้าท้องได้เป็นอย่างดี ซึ่งหน้าท้องเป็นสิ่งที่สาวๆ เราไม่มีใครอยากมี แต่รู้ไหมว่าการดูดไขมันหน้าท้องนั้นก็มีข้อเสียเหมือนกัน อยากรู้ไหมมีอะไรบ้างไปดูกัน

1.พุงยุบแต่น้ำหนักไม่ลด –ข้อนี้ เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดว่า การดูดไขมันหน้าท้องจะทำให้น้ำหนักลงแต่อย่างใด เพราะการดูดไขมันเป็นเพียงการนำไขมันที่สะสมอยู่ในชั้นไขมันออกไปก็เท่านั้น หากยังไม่คุมอาหารและออกกำลังกายแม้จะดูดไขมันหน้าท้องแต่น้ำหนักก็ยังขึ้นอยู่ดี

2.ใช้เวลาพักฟื้น – การดูดไขมันหน้าท้อง จำเป็นต้องใช้ระยะเวลพักฟื้นเพื่อให้แผลเข้าที่และแผลที่เกิดจากการดูดไขมันหน้าท้องได้สมานตัวได้ไวยิ่งขึ้น

3.อาจเกิดปัญหากับสภาพผิว – ปัญหาผิวหย่อนคล้อยหรือบริเวณที่ดูดไขมันผิวเป็นคลื่น เป็นอาการที่สามารถพบได้ในผู้ที่ดูดไขมันซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของแพทย์และเทคโนโลยีของเครื่องมือที่ใช้ด้วยเช่นกัน

4.มีอาการหลังการดูดไขมันหน้าท้อง – คนไข้ที่ทำการดูดไขมันหน้าท้องไปมักจะมีอาการเจ็บ หรือมีบวมช้ำ หลังดูดไขมันหน้าท้อง ซึ่งเป็นผลข้างเคียงของการดูดไขมันหน้าท้อง

จะเห็นได้ว่าการดูดไขมันหน้าท้อง แม้จะลดหน้าท้องได้จริง แต่ก็ยังมีข้อเสียอีกหลายอย่าง ซึ่งบางอย่างนั้นขึ้นอยู่กับการที่คนไข้ ดูแลตัวเองหลังการดูดไขมันด้วย หากมีการดูแลตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้น ก็อาจเกิดขึ้นได้น้อย แต่สิ่งที่ควรระลึกไว้เสมอว่า การดูดไขมันหน้าท้องนั้น ไม่ใช่การลดน้ำหนักแต่อย่างใดและการดูดไขมันหน้าท้อง เพียงแค่ทำตัวเราให้ดูดีมีความมั่นใจมากแต่ไม่ได้ทำให้เราสุขภาพดีขึ้นแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกาย ยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นเสมอ เทคโนโลยีมีหน้าที่แค่เสริมความมั่นใจให้กับตัวเรา สำหรับใครที่สนใจก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูดไขมันหน้าท้องได้ที่ www.issaveeclinic.com นะคะ

ทำความรู้จักค่ากำเหน็จ ก่อนซื้อทองรูปพรรณ

                หลายๆ คนอาจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วว่าเมื่อเราจะซื้อทองรูปพรรณ จะต้องมีค่ากำเหน็จ แล้วเคยสงสัยกันไหมคะว่า ค่ากำเหน็จนี้คือออะไร ทำไมเราถึงต้องเสียค่ากำเหน็จในการ ซื้อทองรูปพรรณ ด้วย โดยวันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกัน

ค่ากำเหน็จคืออะไร

ค่ากำเหน็จ หมายถึง ค่าผลิตทองคำรูปพรรณ ค่าแรงช่างหรือค่าจ้างในการผลิตจากทองคำแท่งจนกลายมาเป็นทองรูปพรรณที่มีลวดลายสวยงาม โดยราคาจะขึ้นอยู่กับความยาก-ง่ายของลายทองรูปพรรณชิ้นนั้นๆ และยังหมายถึง ค่าใช้จ่ายในการบริหารร้าน ไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแรงพนักงาน ค่าประกันภัย ค่าเช่าสถานที่ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นภายในร้านทองรูปพรรณด้วย

โดยตามมาตรฐานค่าแรงในประเทศไทยจะคิดเป็นราคาต่อบาทของน้ำหนักทอง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วค่าคำเหน็จต่อราคาทอง 1 บาท จะอยู่ที่ประมาณ 600 – 800 บาท ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่ที่ร้านทองเป็นผู้กำหนด

สำหรับคนใดที่ต้องการซื้อทองรูปพรรณ  มาไว้เก็งกำไร ปล่อยขายในขณะที่ทองขึ้นนั้น ควรจะคำนึงเสมอว่า หากเราต้องการขายทองรูปพรรณที่จุดประสงค์หลักคือใช้เป็นเครื่องประดับ แน่นอนว่าต้องผ่านการใช้งาน การสวมใส่ ในระยะเวลานานก็ส่งผลให้เสื่อมสภาพไป ก็ส่งผลต่อราคาที่ร้านทองจะรับซื้อคืนทองรูปพรรณ

โดยหากอิงตามหลักเกณฑ์ตามประกาศของ สคบ. ร้านทองรูปพรรณจะมีการหัก 5% จากราคาทองคำประจำวันที่สมาคมประกาศ หรือที่เราเห็นที่ตามร้านทองเขียนไว้ที่หน้าร้านว่าวันนี้ราคาซื้อ – ขายทอง ณ วันนั้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วไม่ว่าเราจะเคยใช้ทองรูปพรรณมาหรือไม่ ร้านทองรูปพรรณก็จะหักอยู่ดี

แต่ในปัจจุบันมีทางเลือกให้สำหรับผู้ที่ต้องการลดค่ากำเหน็จทองรูปพรรณ ด้วยช่องทางการขายแบบออนไลน์ ทั้งนี้การซื้อทองผ่านระบบออนไลน์ ก็ยังถือว่าเป็นการซื้อขายที่ค่อนข้างมีความเสี่ยง ดังนั้นเราจึงควรตรวจสอบผู้ขายให้ดีก่อนการตัดสินใจซื้อ  ว่ามีใบอนุญาติ  มีหน้าร้านหรือมีรีวิว มีความเชื่อถือมากน้อยเพียงใด

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ รู้จักเรื่องของค่ากำเหน็จของทองรูปพรรณมากขึ้นรึยัง อย่างไหร่ก็ดีลองนำความรู้ตรงนี้ไปลองคำนวนค่ากำเหน็จในการซื้อทองรูปพรรณกันนะ

วิธีเลือกครีมบำรุงสำหรับคนท้องที่คุณแม่ใช้ได้

การตั้งครรภ์ของคุณแม่เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งของสภาพร่างกาย เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต ทั้งอาหาร การใช้ชีวิต รวมถึงครีมบำรุงผิวต่างๆ ต้องมีความปลอดภัย ให้ความสนใจในการใช้งานเป็นอย่างมาก คุณแม่หลายๆ ท่านอาจมีความกังวลว่าจะเลือกครีมบำรุงผิวอย่างไรดี วันนี้เรามีคำตอบมาให้ค่ะ

หลักการเลือกครีมบำรุงผิวสำหรับคนท้อง
ก่อนที่จะรู้ว่าเราสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ตัวไหนได้บ้าง มีหลักการที่เป็นหัวใจสำคัญนั่นก็คือ หลักการดูดซึมของสารเข้าสู่กระแสเลือด เพราะส่วนผสมบางชนิดสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดของแม่ส่งต่อไปยังลูกในครรภ์ ทำให้เกิดความผิดปกติได้ ทุกอย่างที่เราทาลงบนไปบนผิวหนังจึงมีความสำคัญ ต้องเลือกให้ดีว่าไม่มีส่วนผสมต้องห้ามที่คุณแม่ห้ามใช้ เพราะฉะนั้นก่อนการใช้งานทุกครั้งควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์และอ่านฉลากให้ครบถ้วน

ทำไมคุณแม่ถึงควรใช้มอยส์เจอไรเซอร์
สิ่งแรกที่คนให้ความสนใจมากที่สุดนั่นก็คือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า ว่ามีความปลอดภัยหรือไม่ สามารถทาลงที่ผิวในขณะตั้งครรภ์ได้หรือไม่ สภาพผิวในช่วงตั้งครภ์นั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด มีคุณแม่จำนวนมากที่ต้องเจอกับปัญหาผิวไม่ใช่น้อย ทั้งฝ้ากระ จุดด่างดำ ความมัน สิว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงก็จะช่วยให้ปัญหาผิวเบาบางลงได้ ซึ่งมอยส์เจอไรเซอร์สำหรับคนท้องก็เป็นอีกทางเลือกสำหรับคุณแม่ ที่มีความปลอดภัยต่อใบหน้าและให้ผลมากที่สุดหลังการใช้งาน

เลือกผลิตภัณฑ์ตามสภาพผิว

ผิวแห้ง : หากคุณมีผิวที่แห้งและรู้สึกขาดน้ำเกิดการระคายเคืองได้ง่าย ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความชุ่มชื้นให้กับผิว เช่น กรดไฮยาลูโรนิก น้ำมันมะพร้าว เชียบัตเตอร์ เป็นองค์ประกอบของผิวหนังที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวหนังและป้องกันการเกิดรอยแตกลายได้อย่างมีคุณภาพ

ผิวมัน : ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์ เนื่องจากจะทำให้ระหว่างการตั้งครรภ์ส่งผลเสียต่อร่างกายและลูกในครรภ์ได้มาก อาจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดไกลโคลิก ซึ่งจะทำหน้าที่ในการผลัดเซลล์ผิว

ผิวแพ้ง่าย : จากการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้เกิดการแพ้ได้ง่ายมากยิ่งขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อให้ผิวหนังของคุณมีความปลอดภัยและแข็งแรง ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมออแกนิคและไม่มีสารเคมีเจือปน

เมื่อคุณแม่ต้องการเลือกซื้อครีมบำรุงผิวควรดูให้ดีก่อนว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมีสารอันตรายอะไรบ้างที่ห้ามใช้บ้าง พยายามหลีกเลี่ยงสารเคมีให้ได้มากที่สุด เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อยในครรภ์นะคะ เราขอแนะนำผลิตภัณฑ์คุณภาพครีมคนท้องโดยแพทย์ Zeblanc บำรุงผิวหน้าแม่ปลอดภัยต่อลูกน้อย การดูแลผิวที่ครบวงจร มีประสิทธิภาพ มีอย.ครบถ้วน ไม่มีสารระคายเคือง ไม่มีสารต้องห้ามในช่วงตั้งครรภ์ ที่สำคัญเห็นผลชัดเจนกับทุกปัญหาผิวในช่วงตั้งครรภ์