ถังน้ำลิตรโพลิเมอร์ชนิดไม่ทึบแสง ใช้ดีไหม

ถังน้ำลิตรโพลิเมอร์ชนิดไม่ทึบแสง เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งของถังเก็บน้ำที่ใครหลายคนกำลังให้ความสนใจ ถังน้ำลิตร ชนิดนี้เพราะเป็นถังเก็บน้ำที่ค่อนข้างหาซื้อได้ง่ายและราคาไม่แพง แต่ถังน้ำลิตรที่ทำจากโพลิเมอร์ไม่ทึบแสง นั้นดีไหม วันนี้เรามีคำตอบให้ค่ะ

ถังน้ำลิตรโพลิเมอร์ชนิดไม่ทึบแสง เป็นถังเก็บน้ำที่ทำมาจากโพลิเอทิลีน หรือ Polyethylene ซึ่งเป็นโพลิเมอร์นี้จัดอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่าเทอร์โมพลาสติก มีคุณสมบัติที่ดีในเรื่องของความเหนียว รวมถึงมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้ถังเก็บน้ำลิตรชนิดนี้มีราคาถูกกว่าชนิดอื่น

ถังเก็บน้ำลิตรโพลิเมอร์ชนิดไม่ทึบแสง นั้นมีข้อดีที่ทำให้หลายคนสนใจ ก็คือราคาที่ถูกที่สุดในถังเก็บน้ำทุกประเภท นอกจากนี้แล้ว ถังเก็บน้ำลิตรโพลิเมอร์ชนิดไม่ทึบแสงมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้งถังเก็บน้ำบนดิน และถังเก็บน้ำใต้ดิน นอกจากนี้ถังเก็บน้ำลิตรโพลิเมอร์ชนิดไม่ทึบแสง ยังไม่เกิดสนิมอีกด้วย

แต่ข้อเสียของถังเก็บน้ำลิตรโพลิเมอร์ชนิดไม่ทึบแสง ก็มี เพราะการที่ถังเก็บน้ำชนิดนี้ไม่ทึบแสง  ทำให้แสงเรียกได้ว่าถังน้ำลิตรโพลิเมอร์ชนิดไม่ทึบแสง  แม้ถังเก็บน้ำชนิดนี้ราคาจะสบายกระเป๋า หาซื้อได้ง่าย แต่หากต้องการใช้งานในระยะยาว เรียกได้ว่าถังเก็บน้ำชนิดนี้คงไม่เหมาะเท่าไหร่นัก 

หากเรามีกำลังทรัพย์ก็ลองดูแบบอื่นมาใช้กันดีกว่านะ หากผู้อ่านท่านใดมีความสนใจอยากมีถังน้ำลิตรติดตั้งไว้ภายในตัวบ้านเพื่ออำนวยความสะดวกให้คนในบ้าน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ DOS Life ผู้เชี่ยวชาญและจัดจำหน่ายถังน้ำลิตร ในไทยมาอย่างยาวนาน แข็งแรง ทนทาน อายุการใช้งานยาวนานค่ะ

สุดยอดผลไม้ลดคอเลสเตอรอล 3 ชนิด ที่คนรักสุขภาพต้องดู

ทุกคนต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่าคอเลสเตอรอลในร่างกายนั้นหากปล่อยให้มีปริมาณที่สูงเกินว่ามาตรฐาน ร่างกายของเราก็อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคหรืออาการผิดปกติได้ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด ความดัน หรือเบาหวาน เป็นต้น

โดยสิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยลดประมาณคอเลสเตอรอลในร่างกายได้เป็นอย่างดีนั่นก็คือ อาหารจำพวกผลไม้ ซึ่งในวันนี้เราก็จะพามาดูผลไม้ที่สามารถช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในร่างกายได้เป็นอย่างดี 3 ชนิด หาทานได้ง่ายทั่วไป แถมยังมีประโยชน์อื่นๆ แก่ร่างกายอีกด้วย จะมีผลไม้อะไรบ้าง เราไปดูกันเลย

อะโวคาโด

ผลไม้ชนิดที่หนึ่งที่สามารถลดคอเลสเตอรอลในร่างกายได้เป็นอย่างดีนั่นคือ อะโวคาโด นั่นเอง เนื่องจากอะโวคาโดเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว วิตามิน และไฟเบอร์ ซึ่งมีส่วนช่วยในการขัดขวางระบบการดูดซึมคอเลสเตอรอลไม่ดีในร่างกาย ส่งผลให้คอเลสเตอรอลไม่สามารถเพิ่มขึ้นไปในระดับที่สูง นอกจากนี้การทานอะโวคาโดยังลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดได้เป็นอย่างดีหากทานในปริมาณที่เหมาะสม

เสาวรส

เสาวรสเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลในร่างกายได้เป็นอย่างดี โดยในเสาวรสจะมีปริมาณน้ำตาลที่ต่ำ แต่มีวิตามินเอ วิตามินซี โพแทสเซียม และไฟเบอร์อยู่สูง ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะช่วยลดคอเลสเตอรอลส่วนเกินออกจากหลอดเลือดได้ ที่สำคัญยังอาจช่วยลดความดันโลหิต และความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจเพิ่มเติมได้อีกด้วย

ผลไม้แอปเปิ้ล

สำหรับผลไม้ชนิดสุดท้ายนั่นคือ ผลไม้แอปเปิ้ล โดยมีการศึกษาวิจัยจากหลายแหล่งพบว่า การรับประทานผลไม้แอปเปิ้ลนั้นสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ เพราะในผลไม้แอปเปิ้ลผลสดจะอุดมไปด้วยไลโปโปรตีน ไฟเบอร์ เควอซิติน ที่มีส่วนช่วยในการลดคอเลสเตอรอล

แต่หากเป็นการดื่มน้ำแอปเปิ้ลหรือผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากผลไม้แอปเปิ้ลอื่นๆ อาจทำให้ร่างกายคุณไม่ได้รับสารอาหารจากธรรมชาติ อย่าง ไฟเบอร์ ซึ่งไฟเบอร์ในแอปเปิ้ลสดนั้น มีส่วนช่วยในการลดคอเลสเตอรอลได้อย่างเต็มที่เมื่อเทียบเท่ากับการดื่มน้ำแอปเปิ้ลหรือผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากผลไม้แอปเปิ้ล นั่นเอง

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับผลไม้ทั้ง 3 ชนิดเรียกได้ว่าประโยชน์เต็มผล แถมหาซื้อง่ายอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นอย่าลืมดูแลตัวเองด้วยการเลือกทานผลไม้และเลือกบริโภคให้พอดีและเหมาะสมต่อวันด้วยนะคะ

ดูแลสร้อยทองยังไงให้ใหม่ สวย กริ๊บ

เรียกได้ว่าสร้อยทอง เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ต้องมีของใครหลายคนเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นเครื่องประดับคู่ใจที่เป็นที่นิยมมากเป็นอันดับต้นๆ แต่การสใส่สร้อยทองเป็นประจำก็อาจทำให้มีคราบสกปรกจนสร้อยทองของเราเกิดความหมองขึ้นมาได้ จะมีวิธีการจัดการปัญหานี้อย่างไร ไปดูกันเลย

วิธีดูแลสร้อยทองให้สวยเหมือนใหม่

สร้อยทอง เมื่อมีการใช้งานไปสักระยะ ปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคราบเหงื่อไคล น้ำประปา สบู่หรือเครื่องสำอางค์ ก็อาจทำให้สร้อยทองของเราเกิดความหมอง ไม่สวยใส ดุดีเหมือนตอนที่เราซื้อมาใหม่ๆ ทำให้ใครหลายคนนั้นไม่ชอบใจเอาเสียเลย เราจะพาไปดูวิธีการง่ายๆในการทำทองให้สวย เงา เหมือนใหม่

  1. น้ำยาล้างจานช่วยได้ เรียกได้ว่าเป็นวิธีบ้านๆแต่โดนใจแน่นอนสำหรับวิธีนี้ เพียงน้ำอุ่นผสมกับน้ำยาล้างจาน นำทองไปแช่ แล้วหาแปรงสีฟันขนนุ่มๆมาสัก หนึ่งอัน แล้วทำการขัด และล้างด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้สร้อยทองของเราก็กลับมาสวยวิ้งแล้ว
  2. น้ำมะนาว ไอเทมเด็ดในครัวที่ทุกบ้านต้องมี ไม่เพียงแต่เป็นส่วนหนึ่งของอาหารแต่ยังสามารถนำมาทำความสะอาดสร้อยทองของเราให้เงาเหมือนใหม่ได้ง่ายๆเพียงแค่ แช่น้ำมะนาวไว้ประมาณ 1 วัน อาจจะเป็นช่วงที่เราพักผ่อน หรือช่วงกลางคืนก็ได้ จากนั้นถูเอาคราบสกปรกออกเบาๆ แล้วเสริมด้วยการโรยแป้ง แล้วทำการขัดออกเบาๆอีกครั้งเพียงเท่านี้ก็จะได้สร้อยทองที่เงาวับกลับมาแล้ว
  3. สำหรับสร้อยทองของใครที่มีลวดลายที่ละเอียด วิธีการทำความสะอาดง่ายๆเพียงแช่ในน้ำเดือดที่ผสมกับโซเดียมไบคาร์บอเนตหนึ่งหยิบมือ ประมาณ 30 วินาที จากนั้นหาผ้านิ่มๆมาซับให้แห้ง เพียงเท่านี้แม้ลายซับซ้อนแค่ไหน ก็กลับมาใหม่เหมือนเพิ่งซื้อจากร้านได้ แต่อย่าทำกับสร้องทองที่มีเพชรฝังอยู่นะ ไม่งั้นเพชรร้าวแน่ๆ

เรียกได้ว่าเป็นทริคการดูแลทำความสะอาดสร้อยทองของเราให้ดูดี เงางาม ใหม่อยู่เสมอเพราะวันๆหนึ่งสร้อยทองที่เราชอบใส่กันนั้น เจอปัจจัยการเกิดความหมองมากมาย การดูแลให้สร้อยทองใหม่อยู่เสมอ เป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง

เลือกถังพักน้ำอย่างไร ให้ปลอดภัย ใช้ได้นาน

ถังพักน้ำ เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ใครหลายคนมักจะได้รับคำแนะนำว่าควรมีติดบ้านไว้ แต่สำหรับบางบ้านน้ำประปาที่ใช้นั้น ไม่เพียงแต่นำมาใช้งานเท่านั้น แต่ยังนำมาประกอบอาหารหรือให้สัตว์เลี้ยงรับประทาน ถังพักน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งเก็บน้ำก่อนจะเข้าสู่ระบบประปาภายในบ้านเรานั้นจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เราจะเลือกถังพักน้ำอย่างไรให้ปลอดภัยและใช้งานได้นาน ไปดูกันเลยค่ะ


ถังพักน้ำ ที่เราเลือกใช้ควรตรวจสอบวัสดุที่ผลิต ควรมีสัญลักษณ์ของ Food Grade เพราะวัสดุที่ได้รับสัญญาลักษณ์ Food Grade จะเป็นวัสดุที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานแล้วว่าปลอดภัยเมื่อนำมาใช้บรรจุอาหาร ไม่ทิ้งสารตกค้างใดๆไว้ในอาหาร เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีของเรา
ในการเลือกถังพักน้ำ จะต้องเลือกถังพักน้ำที่ใช้เทคโนโลยี Compounding หรือการใช้ความร้อนเพื่อทำการบีบอัดสีให้เป็นเนื้อเดียวกันกับเม็ดพลาสติก ซึ่งการใช้เทคโนโลยีนี้จะทำให้เมื่อใช้งานสีของถังพักน้ำจะไม่มีการหลุดปนเปื่อนไปกับน้ำ เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้ที่ใช้น้ำ
อย่าลืมในการเลือกถังพักน้ำ จะต้องเลือกถังพักน้ำที่ทำมาจากวัสดุที่ทึบแสง ก็คือแสงผ่านไม่ได้เพื่อป้องกันการเกิดตะไคร้น้ำหรือมีการเคลือบสารป้องกันการเกิดตะไคร่น้ำ เพราะตะไคร้น้ำที่เกิดขึ้นมีผลต่อระบบทางเดินอาหารและโรคผิวหนังได้ ควรเลือกถังพักน้ำที่ทำจากวัสดุที่ปราศจาก การปนเปื้อนของสารตะกั่ว ปรอทและโลหะหนัก โดยเลือกถังเก็บน้ำที่ ผลิตจากวัสดุคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อความปลอดภัยหากต้องนำน้ำที่ผ่านมาจากถังพักน้ำ เพื่ออุปโภคหรือบริโภค และการผ่าน มอก.แสดงถึงคุณภาพที่ผ่านเกณฑ์ ทำให้มั่นใจว่าใช้งานกันได้แบบยาวๆแน่นอน


เป็นไงกันบ้างคะกับวิธีเลือกถังพักน้ำแบบง่ายๆให้กับบ้านของเรา เป็นวิธีการเลือกที่ไม่ยากเลย แต่เป็นผลดีต่อสุขภาพของทุกคนในบ้าน แถมได้ถังพักน้ำคุณภาพดี ใช้งานคู่บ้านแบบยาวๆกันอีกด้วย หากผู้อ่านท่านใดมีความสนใจอยากมีถังพักน้ำติดตั้งไว้ภายในตัวบ้าน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย สามารถขอสอบถามขอคำแนะนำได้ที่ DOS Life ผู้เชี่ยวชาญด้านถังพักน้ำมาอย่างยาวนานในประเทศไทย วัสดุคุณภาพดี แข็งแรงทนทาน อายุการใช้งานยาวนานค่ะ

Best Industrial Heaters of the Year: Buying Guide

Industrial Heaters convert energy from gas, electricity, or other energy sources into thermal energy to support different processes. Therefore, when buying an industrial heater, you must stop to look at various factors. 

Here is an overview of the considerations you should consider before choosing an industrial heater, according to Thailand Expo 2010.

Choose Your Preferred Heat Source

Before buying an industrial heater, it’s advisable to think about the heating source. Industrial heaters rely on electricity, gas, and other fuel sources to provide the required temperatures.

Each heating source has its fair share of pros and cons. As such, take your time to pick your preferred option based on your budget, availability, and maintenance needs. Also, choose an environmentally friendly heating source to reduce your carbon footprint. 

Compare Different Industrial Heaters

Industrial heaters are available in various sizes, configurations, physical properties, and shapes. Further, each type is ideal for a specific application. The different types of industrial heaters available in the market today include:

  • Immersion heaters
  • Duct heaters 
  • Flexible heaters
  • Strip heaters
  • Tubular heaters
  • Ring heaters and more

Ring heaters are usually used to heat round materials such as molds and tanks. On the other hand, immersion heaters heat viscous liquids and oils directly. Flexible heaters are ideal for almost all applications because they can be adjusted to suit different shapes and materials. 

Think About Your Preferred Operating Temperature

Each industrial heater has a maximum operating temperature. As a result, you should consider the optimal temperature for your industrial processes before buying an industrial heater. 

Plan Ahead

Industrial heaters experience challenges at one point or another. That’s why you should plan to prevent downtimes. Start by making sure that your new industrial heater is installed correctly. After that, schedule routine maintenance to identify issues before they get out of hand. 

Check the Certifications and Warranty

Your new industrial heater should serve you for many years to come. By checking the certification and warranty, you can only be sure you are buying quality and reliable heater. Only work with a brand that provides industry-leading warranties to get the peace of mind you deserve. 

Conclusion

If you need a reliable industrial heater, take your time to check the certification, operating temperature, and fuel source to pick the suitable unit for your specific needs.

One of the top distributors and providers of industrial heaters products and services as the Prolific Heating International Group is a recommended choice for interested people.

For more detail about Prolific Heating International Group, please visit https://phiheating.com/

มารู้จักถังดักไขมัน ไอเท็มสุดจำเป็นที่ไม่ควรมองข้าม

หากพูดถึง ถังดักไขมัน หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักหรือหลายคนอาจจะรู้จัก แต่มองว่าไม่สำคัญสำหรับบ้านเรือน อาจจะมองว่าเจ้าถังดักไขมันนี้เหมาะสำหรับพวกร้านอาหาร คาเฟ่หรือโรงแรมเท่านั้น วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับถังดักไขมันกันค่ะ

ถังดักไขมัน คือ อุปกรณ์อีกหนึ่งตัวที่ช่วยในการดักจับไขมันจากท่อน้ำทิ้งทั้งหมด เพื่อแยกส่วนไขมันออกจากน้ำก่อนที่จะทำการปล่อยน้ำทิ้งลงสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะ ซึ่งหลายคนอาจจะเข้าใจว่า ถังดักไขมันนั้นมีความจำเป็นแค่ในร้านอาหาร โรงแรมหรือคาเฟ่ ทั้งๆที่อันที่จริงแล้ว ในบ้านเราก็จำเป็นที่จะต้องมีถังดักไขมันเหมือนกัน เนื่องจาก ถังดักไขมันจะช่วยดักจับไขมันไม่ให้ปะปนไปกับน้ำที่ผ่านการใช้งานต่าง ๆ ภายในบ้าน ก่อนปล่อยลงสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญในการทำให้เกิดท่อระบายน้ำอุดตัน ส่งผลต่อเนื่องให้เกิดน้ำท่วม ซึ่งของเสียประเภทไขมัน หากปล่อยทิ้งสะสมประมาณ 1 เดือนขึ้นไป จะเริ่มจับตัวเป็นก้อนชั้นหนาคล้ายสบู่ แม้ว่าจะไม่แข็งตัวเท่าสบู่ แต่หากมีความหนาเกิน 10 เซนติเมตร จะมีผลทำให้น้ำไหลผ่านยากมาก นอกจากนี้ ถังดักไขมันยังช่วยในเรื่องของการป้องกันของแหล่งสะสมโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากไขมันอุดตันในท่อน้ำทิ้งและกลิ่นเหม็นอันไม่พึงประสงค์จากน้ำที่น้ำเสียจากเศษอาหารรวมถึงไขมันจากการทำอาหารที่ตกค้างภายในท่อเกิดการเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นย้อนกลับเข้ามาจุดต่างๆ ของท่อระบายน้ำภายในบ้านได้ดีอีกด้วย โดยถังดักไขมัน ที่เหมาะสำหรับบ้านเรือนก็คือ ถังดักไขมัน แบบฝังดิน โดยเลือกความจุ ให้เหมาะสมกับสมาชิกภายในบ้าน เริ่มต้นตั้งแต่ 15 ลิตร ไปจนถึง 30 ลิตร

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเพื่อสุขอนามัยที่ดีและความรับผิดชอบต่อสังคมอย่ามองข้ามเรื่องการติดตั้งถังดักไขมันไว้ในบ้านนะคะ เรียกได้ว่าช่วยทำระบบภายในบ้านของเราสะอาดแล้ว ยังไม่ทำให้เกิดมลภาวะที่เกิดจากการปล่อยน้ำเสียจากบ้านของเราโดยที่ไม่ผ่านถังดักไขมันอีกด้วย ผู้อ่านท่านใดที่สนใจอยากติดตั้งถังดักไขมันภายในตัวบ้านสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ DOS LIFE ผู้เชี่ยวชาญด้านถังดักไขมันและจัดจำหน่ายมาอย่างยาวนานพร้อมให้คำปรึกษาคุณค่ะ

Breaking Down International School Fees in Thailand 2022

One of the significant factors to consider when choosing an international school is the school fees. As the number of international schools in Thailand continues to increase, more and more parents are enrolling their children in these schools. 

So, the experts at Thailand Expo will help you break down the actual cost of school fees at international schools in Thailand. 

The Average School Fees in Thailand

On average, parents spend around $17,200 every year on tuition fees. The fees range from $1,800 to $25,000 depending on various factors such as the curriculum, location, grade, and performance. Most schools in Thailand use universally accepted curricula such as the Indian, International Baccalaureate, and CBSE Curriculum. Let’s break down the fees below.

International Tuition Fees

As mentioned earlier, international schools in Thailand use different curricula. Moreover, these schools are divided into profit-making and non-profit schools operated by global educational groups. Naturally, school fees are higher in profit-making schools than in non-profit ones.

Additionally, parents pay more at schools that offer the International Baccalaureate Curriculum. The school fee is also likely higher in schools with many modern facilities than those with inadequate facilities. 

Campus Development Fee 

Most international schools in Thailand also require parents to pay a campus development fee or an enrollment fee to cover building and maintenance expenses. Some schools allow parents to make one-off payments, while others ask for an annual payment at the start of every academic year. Since the campus development fee varies from school to school, it is best to check the fee structure to avoid unpleasant surprises. 

Other Charges

Additionally, international schools in Thailand have non-refundable and refundable charges, including application fees, security deposits, uniforms, school trips, PTA, and more. These charges cover different expenses.

Parents can also pay optional fees such as school transport, individual music lessons, additional language lessons, boarding fees, and extracurricular activities. The good thing is that parents can qualify for sibling discounts and scholarships. So, take your time to determine whether your child is eligible for a scholarship or sibling discounts. 

Final Thoughts 

International school fees in Thailand vary from one parent to another based on the type of school, curriculum offered, and additional charges. Evaluating the fee structure carefully is advisable to avoid last-minute surprises.

สิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึง เกี่ยวกับการประกันชีวิต

การทำประกันชีวิตในประเทศไทย ยังถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีอัตราการทำประกันชีวิตในอัตราที่ต่ำ เพราะหลายคนยังมองข้ามความสำคัญที่คาดไม่ถึงของการทำประกันชีวิตไป ทำให้กลายเป็นว่าการทำประกันชีวิตนั้นไม่ใช่เรื่องที่สำคัญหรือจำเป็นแต่อย่างใด แต่รู้หรือไม่ว่าการทำประกันชีวิตนั้น มีประโยชน์ที่ใครหลายคนคาดไม่ถึงซ่อนอยู่

1.ประกันชีวิต คือ มรดกที่ปลอดภาษี
ปกติแล้วหากเราได้รับมรดกจากใครก็ตามไม่ว่าจะเป็นพ่อ-แม่ หรือครอบครัว มีความจำเป็นที่จะต้องเสียภาษีที่เรียกกันว่า ภาษีมรดก แต่เงินผลประโยชน์จากประกันชีวิต เป็นเงินที่ไม่ต้องเสียภาษีมรดก แม้จะเป็นสิ่งที่ได้รับการตกทอดมา ซึ่งใครก็ตามที่อยากได้มรดกโดยที่ไม่ต้องเสียภาษี การทำประกันชีวิตนี้แหละคือคำตอบที่ดีที่สุด

2.วินัยทางการเงิน สร้างได้ด้วยการทำประกันชีวิต
หลายคนมักจะพบกับปัญหาที่อยากเก็บเงินแต่เก็บเงินไม่อยู่ การซื้อประกันชีวิตเป็นอีกทางเลือกในการเก็บเงินที่ดี เพราะการซื้อประกันชีวิต เปรียบเสมือนการออมภาคบังคับ เพราะถ้าหากเราต้องการได้รับผลประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เราก็จะต้องมีวินัยทางการเงินเพื่อเก็บเงินมาจ่ายค่าเบี้ยประกันตามที่กำหนด ไม่ใช่เน้นสิ่งที่เราจ่ายมาเราก็จะไม่ได้อะไรเลยหรือหากได้ก็จะเป็นการได้ที่ไม่คุ้มกับที่เสียไป

3.สร้างหลักประกันให้คนที่รัก
เรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด สำหรับการทำประกันชีวิตเลยก็ว่าได้ เพราะจุดมุ่งหมายของการทำประกันชีวิตก็คือการสร้างหลักประกันให้คนที่เรารัก ให้ครอบครัวของเรา เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การทำประกันชีวิตเปรียบเสมือนการสร้างหลักประกันไว้ ว่าหากเกิดเหตุการณ์อะไรที่ไม่คาดฝันขึ้นมา อย่างน้อยเราก็จะมีผลประโยชน์จากกรมธรรม์ประกันชีวิตที่เราทำไว้ ไว้คอยดูแลคนที่เรารักและครอบครัว อย่างน้อยเขาจะมีทุนตรงนี้ไว้ตั้งหลักชีวิต ให้ดำเนินต่อไปในวันที่เราไม่อยู่แล้ว

3 สิ่งนี้เป็นสิ่งที่อยากให้หใครหลายคนได้ฉุกคิดว่า จริงๆแล้วประกันชีวิตนั้น เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลย เพราะการทำประกันชีวิตนั้นสำคัญและมีประโยชน์มากกว่าที่เราคิด ถ้าคุณยังลังเลว่าจะทำประกันชีวิตดีไหม ลองศึกษารายละเอียดให้ดีและนำมาประกอบการพิจารณา และหากใครที่กำลังมองหาแผนประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองที่ครบถ้วนและรอบด้าน สามารถดูรายละเอียดแผนประกันได้ที่ https://www.kwilife.com/

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแอปเปิ้ลสีแดง

แอปเปิ้ลสีแดง ผลไม้ที่ใครๆ ต่างก็รู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ซึ่งผลไม้ยอดนิยมชนิดนี้ก็มีเรื่องน่ารู้ต่างๆ เยอะแยะมากมาย อยากรู้ไหมว่ามีเรื่องอะไรบ้าง เราจะพาไปดูกัน

1. รสชาติของแอปเปิ้ลแดง

            แอปเปิ้ลสีแดงเป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวาน กรอบ อร่อย เรียกได้ว่าเป็นรสชาติที่ลงตัวที่สุดในบรรดาแอปเปิ้ลสีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แอปเปิ้ลเหลือง แอปเปิ้ลชมพู หรือ แอปเปิ้ลสีเขียว

2. อายุการเก็บรักษา

            แอปเปิ้ลแดง  สามารถเก็บได้ยาวนานและคงความสดได้มากกว่าแอปเปิ้ลสีอื่นๆ ทำให้เป็นที่นิยมในการจำหน่ายและบริโภคมากกว่า

3. โภชนาการของแอปเปิ้ลสีแดง

            ในแอปเปิ้ลสีแดง มีพลังงาน 59 กิโลแคลอรี่ มีน้ำ 85.33 กรัม น้ำตาล 10.48 กรัม และโพแทสเซียม 104 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณโภชนาการที่กำลังพอดีต่อความต้องการบริโภคของเราในแต่ละวัน

4. ประโยชน์ของแอปเปิ้ลสีแดง

            ในแอปเปิ้ลแดง จะมีสารแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งภายในสารต้านอนุมูลอิสระชนิดนี้สามารถช่วยชะลอวัย ลดความเครียด และต้านโรคมะเร็ง อีกทั้งยังช่วยบำรุงผิวพรรณ  เพราะในแอปเปิ้ลแดงนั้นมีสารแอนตี้ออกซิแดนต์มากที่สุด และรวมไปถึงคอลลาเจนที่ดีต่อสุขภาพผิว

            นอกจากนี้ในแอปเปิ้ลสีแดงยังมีเบต้าแคโรทีน วิตามินซี และเส้นใยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ โดยเพคตินมีกรด 2 ชนิด คือ กรดมาลิคและกรดทาร์ทาริกช่วยในการย่อยอาหารจำพวกโปรตีนและไขมัน ซึ่งดีต่อระบบย่อยอาหารของเรา

            และแอปเปิ้ลสีแดงยังเป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากในแอปเปิ้ลสีแดงถึงแม้จะมีน้ำตาลธรรมชาติในเนื้อแอปเปิ้ลมาก แต่น้ำตาลเหล่านั้นจะไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งแอปเปิ้ลแดงยังมีไฟเบอร์ที่จะคอยช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย

5. ข้อควรระวังเกี่ยวกับแอปเปิ้ลแดง

            สิ่งที่ควรระวังเกี่ยวกับการทานแอปเปิ้ลสีแดงนั้นก็คือ ควรระวังสารตกค้างจากยาฆ่าแมลงที่เปลือกของแอปเปิ้ล แต่การจะได้สารอาหารอย่างเต็มที่ก็ควรทานทั้งเปลือก ทางที่ดีคือ ควรล้างให้สะอาดก่อนทานทุกครั้ง และข้อควรระวังอีกอย่างก็คือไม่ควรรับประทานแอปเปิ้ลแดงมากจนเกินไปต่อ 1 วัน เนื่องจากในแอปเปิ้ลแดงมีสารประกอบบางประเภทที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย หากบริโภคในประมาณมาก

เป็นอย่างไรกันบ้างคะเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแอปเปิ้ลแดง  น่าสนใจไหมคะ แบบนี้ลองหาแอปเปิ้ลสีแดงมาติดตู้เย็นกันไว้บ้างนะคะ

ทำความรู้จักค่ากำเหน็จ ก่อนซื้อทองรูปพรรณ

                หลายๆ คนอาจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วว่าเมื่อเราจะซื้อทองรูปพรรณ จะต้องมีค่ากำเหน็จ แล้วเคยสงสัยกันไหมคะว่า ค่ากำเหน็จนี้คือออะไร ทำไมเราถึงต้องเสียค่ากำเหน็จในการ ซื้อทองรูปพรรณ ด้วย โดยวันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกัน

ค่ากำเหน็จคืออะไร

ค่ากำเหน็จ หมายถึง ค่าผลิตทองคำรูปพรรณ ค่าแรงช่างหรือค่าจ้างในการผลิตจากทองคำแท่งจนกลายมาเป็นทองรูปพรรณที่มีลวดลายสวยงาม โดยราคาจะขึ้นอยู่กับความยาก-ง่ายของลายทองรูปพรรณชิ้นนั้นๆ และยังหมายถึง ค่าใช้จ่ายในการบริหารร้าน ไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแรงพนักงาน ค่าประกันภัย ค่าเช่าสถานที่ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นภายในร้านทองรูปพรรณด้วย

โดยตามมาตรฐานค่าแรงในประเทศไทยจะคิดเป็นราคาต่อบาทของน้ำหนักทอง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วค่าคำเหน็จต่อราคาทอง 1 บาท จะอยู่ที่ประมาณ 600 – 800 บาท ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่ที่ร้านทองเป็นผู้กำหนด

สำหรับคนใดที่ต้องการซื้อทองรูปพรรณ  มาไว้เก็งกำไร ปล่อยขายในขณะที่ทองขึ้นนั้น ควรจะคำนึงเสมอว่า หากเราต้องการขายทองรูปพรรณที่จุดประสงค์หลักคือใช้เป็นเครื่องประดับ แน่นอนว่าต้องผ่านการใช้งาน การสวมใส่ ในระยะเวลานานก็ส่งผลให้เสื่อมสภาพไป ก็ส่งผลต่อราคาที่ร้านทองจะรับซื้อคืนทองรูปพรรณ

โดยหากอิงตามหลักเกณฑ์ตามประกาศของ สคบ. ร้านทองรูปพรรณจะมีการหัก 5% จากราคาทองคำประจำวันที่สมาคมประกาศ หรือที่เราเห็นที่ตามร้านทองเขียนไว้ที่หน้าร้านว่าวันนี้ราคาซื้อ – ขายทอง ณ วันนั้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วไม่ว่าเราจะเคยใช้ทองรูปพรรณมาหรือไม่ ร้านทองรูปพรรณก็จะหักอยู่ดี

แต่ในปัจจุบันมีทางเลือกให้สำหรับผู้ที่ต้องการลดค่ากำเหน็จทองรูปพรรณ ด้วยช่องทางการขายแบบออนไลน์ ทั้งนี้การซื้อทองผ่านระบบออนไลน์ ก็ยังถือว่าเป็นการซื้อขายที่ค่อนข้างมีความเสี่ยง ดังนั้นเราจึงควรตรวจสอบผู้ขายให้ดีก่อนการตัดสินใจซื้อ  ว่ามีใบอนุญาติ  มีหน้าร้านหรือมีรีวิว มีความเชื่อถือมากน้อยเพียงใด

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ รู้จักเรื่องของค่ากำเหน็จของทองรูปพรรณมากขึ้นรึยัง อย่างไหร่ก็ดีลองนำความรู้ตรงนี้ไปลองคำนวนค่ากำเหน็จในการซื้อทองรูปพรรณกันนะ