ทำประกันออมทรัพย์แบบไหนได้ผลตอบแทนคุ้มสุดๆ

หากพูถึงสภาวะเศรษฐกิจในเมืองไทยช่วยระยะหลังมานี้เรียกได้ว่าอยู่ในช่วงขาลงเลยก็ว่าได้เนื่องจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองไทยเองหรือจะเป็นผลกระทบที่ได้รับเหมือนกันทั้งโลก ทำให้หลายๆ คนเริ่มที่จะมองหาตัวช่วยในการเก็บออมเงินเพื่อที่จะสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตของตัวเองในวันข้างหน้า

หนึ่งในทางเลือกการเก็บออมเงินที่คนไทยให้ความสนใจเป็นอย่างมากในช่วงนี้นั่นก็คือ ประกันออมทรัพย์ หนึ่งในผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่เพิ่มความคุ้มค่าในการทำประกันให้แก่ผู้ทำประกันมากขึ้น โดยสาเหตุที่ทำให้ประกันออมทรัพย์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในขณะนี้ เป็นเพราะว่านอกจากจะได้ประกันชีวิตแล้วยังสามารถเก็บออมเงินไปในเวลาเดียวกันด้วย แล้วประกันออมทรัพย์แบบไหนที่ทำแล้วได้รับความคุ้มค่ามากที่สุด ได้รับผลตอบแทนมากที่สุด วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูพร้อมๆ กัน

ประกันออมทรัพย์ที่ได้ผลตอบแทนคุ้มสุดๆ

การที่ผลิตภัณฑ์ๆ หนึ่งจะเกิดความคุ้มค่านั้น ผลิตภัณฑ์นั่นต้องมีความเหมาะสมกับตัวเราเสียก่อน โดยผลิตภัณฑ์ประกันออมทรัพย์ก็เช่นเดียวกันหากต้องการให้เกิดความคุ้มค่าที่มากที่สุดผู้ทำประกันควรศึกษารายละเอียดของตัวกรมธรรม์ให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจทำประกันเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าแก่ตัวเองมากที่สุด

แต่อย่างไรก็ตามจะให้ฝั่งผู้ทำประกันเลือกอันที่คุ้มกับตัวเองอย่างเดียวก็ไม่ถูกโดยประกันออมทรัพย์เองก็ควรสร้างความคุ้มค่าให้แก่ผู้ทำประกันด้วยเช่นเดียวกันเพื่อแสดงความจริงใจและบริสุทธิ์ใจแก่ผู้ทำประกัน โดยประกันสะสมทรัพย์ที่มีความคุ้มค่าควรจะมีผลตอบแทนต่างๆ มอบให้แก่ผู้ทำประกันดังต่อไปนี้

  • ระยะเวลาความคุ้มครอง – ประกันออมทรัพย์ที่ดีควรจะสร้างความคุ้มค่าในเรื่องของระยะเวลาในการคุ้มครองต่างๆ และใช้ระยะเวลาในการจ่ายเบี้ยที่น้อยกว่าระยะเวลาการให้ความคุ้มครอง
  • ให้ผลตอบแทนแบบการันตี – การการันตีเรื่องของผลตอบแทนจะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ทำประกันว่าประกันสะสมทรัพย์มีความคุ้มค่าไม่ว่าจะเป็นในด้านของผลประโยชน์ต่างๆ หรือการรับเงินคือ เป็นต้น
  • การลดหย่อนภาษี – หนึ่งในสาเหตุที่ประกันสะสมทรัพย์เป็นที่นิยมมากในปัจจุบันเป็นเพราะว่าสามารถนำไปหักลบกับภาษีได้โดยข้อดีจุดนี้ก็ถือเป็นความคุ้มค่าอีกอย่างของการทำประกันสะสมทรัพย์

หากคุณกำลังมองหาประกันสะสมทรัพย์ที่มอบความคุ้มค่าได้ตามที่เรากล่าวมา เราขอแนะนำ ประกันสะสมทรัพย์ ออมคุ้มคุ้ม Max 10/5 ที่ คิง ไว ประกันชีวิต ที่มอบความคุ้มค่าเต็มรูปแบบให้กับคุณไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความคุ้มครอง ผลประโยชน์และผลตอบแทนต่างๆ และความเข้าใจทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิต สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.kwilife.com/endowment

ประโยชน์ของน้ำมันพืชยี่ห้อไหนดี มาดูกัน

หนึ่งขวดที่ต้องมีติดครัวของทุกบ้านนั่นก็คือขวดน้ำมันพืชไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อหรือประเภทไหนก็ตาม แต่ละบ้านก็จะต้องมีติดบ้านไว้อย่างแน่นอน เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการประกอบอาหารต่างๆ โดยเฉพาะๆ อาหารประเภททอด ประเภทผัด

และด้วยความที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องมีติดบ้านเรือนยิ่งทำให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมน้ำมันพืชยิ่งสูง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมทุกวันนี้จึงเห็นน้ำมันพืชมากมายหลากหลายยี่ห้อวางขายอยู่ทั่วไป แล้วแต่ละยี่ห้อจะดีหรือมีข้อแตกต่างกันอย่างไร วันนี้เราจึงพามาดูประโยชน์ของน้ำมันพืชยี่ห้อไหนดีหรือไม่ดีอย่างไร หากพร้อมแล้วเราก็มาดูกันเลย

ประโยชน์ของน้ำมันพืชแต่ละชนิด

น้ำมันพืชนั้นสามารถแบ่งได้มากมายหลากหลายยี่ห้อและชนิด โดยเราจะยกตัวอย่างน้ำมันพืชที่น่าจะรู้จักและนิยมกันดีในประเทศไทย เพื่อมาบอกถึงสรรพคุณและคุณประโยชน์ของน้ำมันพืชเหล่านั้น ว่ามีอะไรกันบ้าง

น้ำมันถั่วเหลือง – เป็นน้ำมันที่สกัดจากเมล็ดของถั่วเหลือง นิยมนำไปประกอบอาหารและหาซื้อง่ายในราคาที่ไม่สูงมาก น้ำมันถั่วเหลืองจะมีกรดไขมันอิ่มตัว 10-19% และมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว 80-90% โดยน้ำมันถั่วเหลืองเหมาะแก่การประกอบอาหารที่ความร้อนไม่สูงมากนัก สามารถใช้เป็นส่วนประกอบในการทำมายองเนสได้ และเหมาะแก่การนำไปใช้ทำขนม

น้ำมันปาล์ม – น้ำมันปาล์มเป็นน้ำมันพืชที่ผลิตมาจากผลของต้นปาล์มนำมาสกัดด้วยกรรมวิธีต่างๆ น้ำมันปาล์มจะเหมาะแก่การทำอาหารประเภททอดที่ต้องใช้ความร้อนสูงๆ ที่น้ำมันพืชชนิดอื่นๆ ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากน้ำมันปาล์มมีส่วนประกอบของกรดไขมันอิ่มตัวสูง เมื่อนำน้ำมันปาล์มไปทอดอาหารอาจจะมีควันที่มากแต่อาหารที่ทอดจะไม่มีกลิ่นหรือรสจากน้ำมัน เนื่องจากมีสารต่างๆ ที่คล้ายกับสารกันหืนในอาหารอยู่ในน้ำมันปาล์ม อีกทั้งหากน้ำมันปาล์มมีกระบวนการสกัดที่บริสุทธิ์ ก็จะทำให้ใปราศจากคอเลสเตอรอล

น้ำมันมะกอก – น้ำมันมะกอกเป็นน้ำมันพืชที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ น้ำมันมะกอกจะได้จากการสกัดผลมะกอกโดยมีส่วนประกอบของไขมันอิ่มตัว 8-26% และมีสารอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมทั้งยังมีคอเลสเตอรอลในปริมาณที่ต่ำมากๆ สามารถใช้ประกอบอาหารได้ทุกรูปแบบ อีกทั้งน้ำมันมะกอกยังมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจได้อีกด้วย

สำหรับเรื่องราวของน้ำมันพืชยังมีอีกมากมายหลายยี่ห้อหากคุณสนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cpi-th.com/th

แชมพูลดผมร่วงกับปัญหาที่ไม่ได้มาจากเส้นผมโดยตรง

นอกจากลักษณะของผมร่วงจะมีหลากหลายรูปแบบแล้ว สาเหตุของการเกิดปัญหาดังกล่าวก็มีที่มาค่อนข้างหลากหลายเช่นเดียวกัน เช่น ผมร่วงจากสุขภาพเส้นผมที่ไม่แข็งแรง ผมร่วงจากหนังศีรษะมีอาการอักเสบ ผมร่วงจากกรรมพันธุ์ ผมร่วงจากระดับฮอร์โมน เป็นต้น นั่นหมายความว่าปัญหาผมร่วงแต่ละประเภทก็ต้องการวิธีรักษาให้หายขาดแตกต่างกันด้วย แล้วแชมพูลดผมร่วงจะยังจำเป็นกับกรณีที่ไม่ได้เกิดจากเส้นผมโดยตรงอยู่หรือไม่ หรือว่าใช้แชมพูสำหรับทำความสะอาดเส้นผมทั่วไปก็เพียงพอ

ยาสระผมแก้ผมร่วงยังเป็นตัวช่วยที่ดีอยู่เสมอ
ประเด็นนี้ต้องขอขยายความสาเหตุของการเกิดผมร่วงให้เข้าใจกันมากขึ้น ไม่ว่าต้นเหตุของการเกิดผมร่วงจะเป็นอะไรก็ตาม แต่ผลกระทบส่วนหนึ่งก็ทำให้มีความผิดปกติของหนังศีรษะหรือเส้นผม ดังนั้นการใช้แชมพูลดผมร่วงไปพร้อมๆ กับการรักษาอย่างอื่นจึงเป็นแนวทางที่ถูกต้อง ในกรณีนี้แชมพูอาจไม่ได้เป็นตัวหลักที่ทำให้อาการผมร่วงนั้นหายไป แต่จะช่วยบำรุงหนังศีรษะให้มีสภาพเหมาะสมกับการงอกใหม่ และเสริมความแข็งแรงของเส้นผมที่มีอยู่ไม่ให้หลุดร่วงได้ง่าย

ควรเลือกใช้แชมพูลดผมร่วงอย่างไรดี
เมื่อปัญหาผมร่วงไม่ได้เกิดจากความเสียหายของเส้นผมโดยตรง ก็ควรเลือกยาสระผมแก้ผมร่วงที่มีความอ่อนโยนเป็นหลัก ไม่ต้องเน้นส่วนผสมที่ออกฤทธิ์ซ่อมแซมเส้นผมมากนัก ขอแค่มีส่วนช่วยสร้างสมดุลตามธรรมชาติของหนังศีรษะก็พอ ถ้าเลือกใช้เป็นแชมพูลดผมร่วงกับผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมชนิดอื่นๆ ที่เป็นสูตรสมุนไพรได้ก็ยิ่งดี อาจใช้เป็นสูตรปรับสมดุลสลับกับสูตรดีท็อกซ์ หรือใช้เพียงแค่สูตรใดสูตรหนึ่งต่อเนื่องไปเลยก็ได้ แต่อย่าลืมดูส่วนประกอบด้วยว่ามีตัวไหนสุ่มเสี่ยงที่จะระคายเคืองหรือไม่ เพราะแต่ละคนจะได้รับผลข้างเคียงจากสารออกฤทธิ์ในสมุนไพรต่างกัน เรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน โดยมากถ้าไม่เคยมีประวัติแพ้สมุนไพรมาก่อนก็มักจะใช้แชมพูลดผมร่วงได้แบบไม่มีปัญหา

ซึ่งแชมพูลดผมร่วง Drmokan นั้นสามารถใช้ได้กับทุกสภาพเส้นผมที่มีปัญหาในด้านผมร่วง เป็นเวชสำอาง ‘ลดผมร่วง’ ตามความสามารถและประสิทธิภาพที่ช่วยแก้ได้อย่างตรงจุดของตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งไม่เพียงแค่ให้ผลลัพธ์ได้เทียบเท่ากับการใช้ยา แต่ยังสามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่องอย่างปลอดภัย โดยไม่มีผลข้างเคียงเหมือนกับการใช้ยา จึงนับเป็นตัวเลือกและทางออกที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ประสบปัญหาผมร่วง-ผมบาง

Best International School in Samutprakarn: How to Find the Best

International schools in Samutprakarn offer quality education for students of all levels. These schools also give students high opportunities for growth and the chance to meet new friends and peers. Above all, they follow a universally accepted curriculum that will make your child a global citizen.

However, it would help if you always did your due diligence before enrolling your child in any school to give them the best. 

The Thailand Expo has prepared this guide to help you find the best international school in Samutprakarn

Consider the Teachers

The teachers in the school play an essential role in the performance and running of the school. Above all, they determine the happiness of the student in that school. A school with highly qualified teachers is likely to perform better than an institution with poorly paid and unmotivated teachers. 

Therefore, it is always essential to check the qualification of the teachers in that school before making the final decision. It might not be easy to check the qualification of each teacher, but you can always ask around to learn more. 

The Facilities at the School

While it is true that almost all international schools in Samutprakarn have state-of-the-art equipment, it is always advisable to check these schools out on your own. Some schools have better resources than others. As such, you should only enroll your child in a school that has quality resources. 

Your children will develop their academic skills and talent in an institution that has the best facilities. 

Check the Curriculum

Another essential consideration you should have in mind when looking for the best international school is the curriculum. To begin with, make sure that you choose an international school that offers multiple languages so that your children can learn the native language and various international languages.

Secondly, make sure to choose a school that uses a universally recognized curriculum. You can even look for a school that offers more than one curriculum option. If you have just moved to Samutprakarn, it is advisable to settle on a school that offers a similar curriculum to the previous school.

Final Thoughts

It would be best to consider other essentials like logistics, fees, and your child’s preferences and expectations. The goal is to choose the best school for your child. 

เลือกโฟมล้างหน้าคนท้องให้ปลอดภัยต่อแม่และเด็ก

ในช่วงตั้งครรภ์คุณแม่ต้องเผชิญกับปัญหาผิวสิวกวนใจ และยังไม่มั่นใจว่าตนเองสามารถใช้ครีมสำหรับคนท้องแบบใดได้บ้าง หรือโฟมล้างหน้าต้องเลือกแบบใด ให้ปลอดภัยต่อตนเองและลูกน้อย อย่างที่รู้กันว่า คุณแม่ตั้งครรภ์นั้นต้องระวังเรื่องสารเคมีเป็นพิเศษ ถ้าตอนนี้คุณแม่กำลังมองหาสกินแคร์ที่ปลอดภัยต่อคนท้องแล้วล่ะก็ สิ่งแรกที่ต้องเลือกซื้อคือ โฟมล้างหน้า การล้างหน้าให้สะอาดเป็นขั้นตอนแรกของการดูแลผิว

โฟมล้างหน้าแบบไหนที่คุณแม่ควรเลือกใช้
เป็นที่ทราบดีว่าในช่วงตั้งครรภ์ฮอร์โมนของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงมาก โดยเฉพาะผิวของคุณแม่ที่มีความบอบบาง ทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย เมื่อสัผัสกับสารเคมีบางชนิดหรือสกินแคร์ที่ใช้อยู่ประจำก็ตามก็สามารถแพ้ได้เช่นกัน สารเคมีที่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ SLS พาราเบน สารปรอท เรตินอยด์ ซึ่งเป็นสารเคมีที่เป็นอันตรายส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ในระหว่างตั้งครรภ์ได้ ควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนใช้ถ้าหากไม่มั่นใจให้ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ คุณแม่ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ 100% ที่มีความอ่อนโยนเหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ปราศจากสารเคมี

1.เลือกโฟมล้างหน้าที่ปราศจากสารเคมี
โฟมล้างหน้าเองก็เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งที่มักมีสารเคมีแอบซ่อนตัวอยู่ ดังนั้นคุณแม่ควรเริ่มต้นจากการอ่านฉลากด้านหลังโฟมล้างหน้าที่ใช้อยู่เป็นประจำ หากพบว่ามีสารเคมี แนะนำให้หลีกเลี่ยงและหยุดใช้กันไปก่อน เพราะสารเคมีเหล่านี้อาจก่อให้เกิดอันตรายกับลูกน้อยในครรภ์ได้

2.เลือกโฟมล้างหน้าที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ
สารสกัดจากธรรมชาติเป็นสิ่งที่คุณแม่ควรเลือกใช้เลย ซึ่งสารสกัดจากธรรมชาติสามารถใช้แทนสารเคมีได้ ดังนั้นคุณแม่ควรมองหาชื่อสารสกัดธรรมชาติเหล่านี้ในโฟมล้างหน้า ซึ่งได้แก่

• Sodium Cocoyl Glycinate เป็นสารก่อฟองที่ผลิตจากธรรมชาติ สามารถใช้แทนสารก่อฟองอย่าง SLS ได้

• Ethyl Lauroyl Arginate Hydrochloride สารกันเสียที่ผลิตจากธรรมชาติ โดยปกติทั่วไปมักใช้ใส่ในอาหาร จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยสำหรับแม่ท้องแน่นอน

• วิตามินบี 3 มีคุณสมบัติช่วยทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยนและคงความชุ่มชื้นไว้ให้ผิว ไม่ทำให้ผิวแห้งกร้านเหมือนอย่างผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

3.เลือกโฟมล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิว

• ผิวมัน ในช่วงตั้งครรภ์ ผิวของคุณแม่จะมีการผลิตน้ำมันออกมาได้มากกว่าเดิม พอยิ่งออกไปเผชิญกับแสงแดด ผิวหน้าก็จะเริ่มมันเยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่ ดังนั้น คุณแม่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินบี 3

ผิวแห้งกร้าน คัน เป็นขุย สำหรับปัญหาผิวหน้าแห้งกร้าน นอกจากจะเกิดจากฮอร์โมนแล้ว ยังเกิดจากสภาพแวดล้อมที่เย็นเกินไปได้อีกด้วย ซึ่งคุณแม่สามารถดูแลผิวแบบนี้ได้โดยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของคอลลาเจน

• ผิวเป็นสิว มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างรวดเร็ว คุณแม่ไม่สามารถใช้ยารักษาสิวได้ เนื่องจากมีส่วนผสมของสารกลุ่มเรตินอยด์ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ เราจึงขอแนะนำให้คุณแม่เลือกใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินบี 3

ถ้าหากคุณแม่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกใช้โฟมล้างหน้าแบบไหนดี เราขอแนะนำ Zeblanc โฟมล้างหน้าคนท้องที่คิดค้นมาเพื่อคุณแม่ตั้งครรภ์โดยเฉพาะ สูตรอ่อนโยนสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย ปราศจาก Sulfate (SLE&SLES) น้ำหอม Alcohol และ Foam-booster สามารถชำระล้างคราบมัน และสิ่งสกปรก ได้อย่างหมดจด โดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึงปกป้องผิวให้แข็งแรง ชุ่มชื้น กระจ่างใสยิ่งขึ้น สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ >> https://www.zeblanc.com/product/โฟมล้างหน้าคนท้อง-สูตรอ่อนโยน

จริงหรือไม่ !! ใช้แค่แชมพูปลูกผมก็แก้ปัญหาเรื่องเส้นผมได้

คนที่เผชิญปัญหาเรื่องของเส้นผมไม่ว่าจะเป็นศีรษะล้าน เส้นบาง มักจะเกิดข้อสงสัยที่ว่าใช้แชมพูปลูกผมแค่อย่างเดียวสามารถแก้ปัญหาเส้นผมเหล่านี้ได้เลยหรือไม่ โดยในวันนี้เราจะพามาร่วมไขข้อสงสัยเหล่านั้น เพื่อเป็นแนวทางการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขให้กับคนที่เผชิญปัญหาเหล่านี้อยู่

ปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับเส้นผมเกิดจากอะไร

หากเรามาพูดถึงปัญหาของเส้นผมโดยส่วนใหญ่เช่นศีรษะล้าน ผมบาง มักจะเกิดจากพันธุกรรมเป็นส่วนใหญ่ และมีในส่วนน้อยที่เกิดจากอุบัติเหตุแล้วทำให้เส้นผมในบริเวณนั้นไม่ขึ้นทำให้ปัญหานี้เป็นสิ่งที่ใครหลายๆ คนไม่อยากให้เกิดแต่มันก็ต้องเกิด หรือหากคนที่ไม่กังวลเรื่องของความั่นใจเมื่อเกิดปัญหาศีรษะล้านก็สามารถปล่อยผ่านปัญหานี้ไปได้แบบสบายใจ แต่หากคนไหนที่รู้สึกขาดความมั่นใจเมื่อเส้นผมเริ่มบางและเริ่มมีปัญหาศีรษะล้าน ก็คงจะมองหาตัวช่วยแก้ปัญหาต่างๆ

แชมพูปลูกผมตัวช่วยแก้ปัญหาศีรษะล้าน

หนึ่งในตัวช่วยที่ใครหลายต่อหลายคนให้ความสนใจนั่นก็คือแชมพูปลูกผม เนื่องจากมีการโฆษณาเรื่องของสรรพคุณต่างๆที่ช่วยแก้ปัญหาเส้นผมได้และยังมีราคาที่ไม่สูงมากหากเทียบกับการผ่าตัดทำการปลูกผมถาวร แต่ตามที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้นการโฆษณาต่างๆ ก็ยังไม่สามารถทำให้ผู้ที่มีปัญหาเส้นผมหมดข้อสงสัยกับแชมพูปลูกผมว่าใช้แค่แชมพูปลูกผมจะแก้ปัญหาได้ทั้งหมดเลยหรือไม่

ใช้แค่แชมพูปลูกผมแก้ปัญหาเส้นผมได้จริงหรือไม่

คำตอบที่แท้จริงแล้วคือแชมพูปลูกผมสามารถช่วยในการปลูกผมได้ในระดับหนึ่ง หมายถึงว่าการใช้แชมพูปลูกผมให้เห็นผลลัพธ์ก็มีข้อจำกัดเช่นเดียวกัน เช่น ต้องใช้แชมพูปลูกผมมากน้อยเพียงใด ปริมาณผลลัพธ์จะเยอะและอยู่ได้นานมากน้อยขนาดไหน เป็นต้น โดยข้อจำกัดเหล่านี้ก็จะขึ้นอยู่กับสูตรและส่วนผสมของแชมพูปลูกผม แต่โดยส่วนใหญ่แล้วการใช้แชมพูปลูกผมเพื่อแก้ปัญหาเส้นผมให้ได้ผลลัพธ์อย่างชัดเจนและในระยะยาวยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก

โดยส่วนใหญ่แล้วสำหรับผู้ที่มีปัญหาเส้นผมและต้องการแก้ปัญหาในระยะยาวเมื่อเทียบราคาค่าใช้จ่ายและระยะเวลาแล้ว คนส่วนใหญ่จะให้ความสนใจไปที่การปลูกผมถาวรมากกว่าเพราะผลลัพธ์ที่แน่นอนกว่า มีประสิทธิภาพมากกว่า ระยะเวลาน้อยกว่า ดังนั้นเราจะมาแนะนำคลินิกปลูกผมที่ให้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย คือที่ NIDA Esth Clinic ปลูกผมถาวรด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nidaskincosmetic.com/

5 พฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจ

ถึงแม้ว่าโรคหัวใจจะพบมากในผู้สูงอายุ แต่ในปัจจุบันพบว่าคนที่อายุยังน้อยก็ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจได้เช่นเดียวกัน ส่วนมากเกิดจากความผิดปกติตั้งแต่เกิด รวมทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิต การไม่ดูแลสุขภาพล้วนเป็นปัจจัยที่ก่อให้เป็นโรคหัวใจในอนาคตได้

พฤติกรรมเสี่ยงเป็นโรคหัวใจมีดังนี้

1.การรับประทานอาหารไขมันสูง ไขมันทรานส์ อาหารคอเลสเตอรอลสูง เช่น เค้ก เบเกอรี่ เนื้อสัตว์ติดมัน ชีส อาหารสำเร็จรูป ฟาสต์ฟู้ด ขาหมู หมูสามชั้น แกงกะทิมันๆ อาหารปิ้งย่าง เมื่อทานอาหารประเภทนี้เข้าไปในปริมาณมาก ต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูง คอเลสเตอรอลสูงจนไปอุดตันในหลอดเลือดหัวใจทำให้หลอดเลือดตีบและอุดตัน และเกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้

2.น้ำหนักเกิน การปล่อยให้ตัวเองมีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ซึ่งมีค่า BMI มากกว่า 30 มีอัตราเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังและเป็นอันตรายต่อการทำงานของหัวใจเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน และโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งมักจะเกิดจากการมีไขมันเกาะในหลอดเลือดมาก ส่งผลให้การไหลเวียนโลหิตติดขัด กระทั่งหัวใจขาดเลือด และเสียชีวิตอย่างกะทันหัน

3.เครียดมากเกินไป ผู้ที่มีความเครียดมากๆ และเครียดอยู่เป็นประจำเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อของโรคหัวใจเต้นผิดปกติมากที่สุด เพราะความเครียดจะไปกระตุ้นให้หัวใจทำงานหนักขึ้น หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น จนอาจเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ เป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว เป็นภาวะที่หลอดเลือดแดงมีไขมัน มีการอักเสบต่างๆ มาเกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด ก่อให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดแดง และเสี่ยงต่อภาวะหัวใจขาดเลือดได้

4.ไม่ออกกำลังกาย พักผ่อนไม่เพียงพอ หากหัวใจไม่เคยได้ออกกำลัง ก็จะทนต่อการทำงานหนักไม่ไหว เมื่อใดที่เราอยู่ในภาวะหัวใจต้องทำงานหนักแต่หัวใจรับไม่ไหว ก็จะทำให้หัวใจล้มเหลวได้ ซึ่งออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพียงวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน เป็นตัวช่วยให้หัวใจได้ออกกำลัง เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับหัวใจ พร้อมใช้งานหนักได้มากขึ้น รวมทั้งผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือน้อยกว่า 6 ชั่วโมง/วัน เสี่ยงป่วยเป็นโรคหัวใจ การพักผ่อนไม่เพียงพอจะทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน และส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เสี่ยงเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้น

5.สูบบุหรี่ หลายคนอาจจะคิดว่าการสูบบุหรี่ทำให้เป็นมะเร็งที่ปอดเท่านั้น จริงๆ แล้วบุหรี่เป็นสาเหตุที่สำคัญของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน เนื่องจากควันบุหรี่มีสารพิษหลายชนิดที่เป็นอันตรายต่อหลอดเลือดหัวใจ

พฤติกรรมการใช้ชีวิตส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง ถ้าคุณอยากมีชีวิตที่ยืนยาว ควรรักษาสุขภาพไม่หักโหมจนเกินไป ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดความเครียด ปรับเปลี่ยนมาทานอาหารที่มีไขมันต่ำ พบแพทย์ตรวจร่างกายเป็นประจำสม่ำเสมอ เสริมสร้างความอุ่นใจด้วยการทำประกันสุขภาพเพิ่มเติม ฟินชัวรันส์ ประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่ทำให้คุณฟินกว่า ให้ความคุ้มครองครบ ดูแลด้วยค่ารักษาแบบเหมาจ่ายสูงสุดถึง 10 ล้านบาทต่อปีด้วย ค่าห้องสูงสุด 9,000 บาทต่อวัน พร้อม OPD สูงสุด 50,000 บาทต่อปี ไม่ต้องซื้อแยก ใบเดียวครบ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.kwilife.com/health

วิธีการบำรุงรักษาแท้งค์น้ำให้สะอาดและมีสภาพสมบูรณ์เหมือนใหม่

กว่าจะเลือก แท้งค์น้ำ ที่ถูกใจ เหมาะกับการใช้งานของคนในบ้านได้ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยจริงไหม ไหนจะต้องพิจารณาเรื่องขนาด รูปร่าง วัสดุ ฟังก์ชันเสริม และยังต้องสอดคล้องกับงบประมาณที่มีอยู่อีกด้วย ดังนั้นเมื่อได้มาแล้ว เราก็ควรมีวิธีการบำรุงรักษาที่ถูกต้อง เพื่อยืดอายุการใช้งานแท้งค์น้ำออกไปให้ได้นานที่สุด ครั้งนี้เราจึงมีไอเดียในการดูแลแท้งค์น้ำมาฝากกัน ซึ่งสามารถใช้ได้กับแท้งค์น้ำทุกประเภทเลยทีเดียว

ทำความสะอาดแท้งค์น้ำอย่างสม่ำเสมอ

การตั้งแท้งค์น้ำเอาไว้ที่เดิมนานๆ แล้วก็ปล่อยให้มันกักเก็บน้ำไปเรื่อยๆ แบบไม่มีวันสิ้นสุด ไม่ใช่วิธีการที่ดีเท่าไร เราควรจัดช่วงเวลาในการทำความสะอาดตามรอบที่เหมาะสม อาจจะเดือนละครั้ง 3 เดือนครั้ง หรือปีละครั้งก็แล้วแต่ ให้ดูจากลักษณะการใช้งานของเราเอง และคุณภาพของวัสดุที่ใช้ผลิตแท้งค์น้ำ ว่าสามารถช่วยรักษาคุณภาพน้ำไว้ได้นานแค่ไหน นอกจากจะช่วยให้เราได้ใช้น้ำสะอาดตลอดเวลาแล้ว ก็ยังช่วยลดสิ่งแปลกปลอมที่อาจส่งผลเสียต่อวัสดุของแท้งค์น้ำได้ด้วย

ตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบแท้งค์น้ำ

สำหรับใครก็ตามที่ตั้งแท้งค์น้ำเอาไว้รอบบริเวณบ้าน ก็คงไม่ค่อยมีปัญหามากเท่าไร แต่หากตั้งห่างออกไปตามจุดที่มีต้นไม้มาก เช่น สวนหลังบ้าน ลานกิจกรรม เป็นต้น ต้องหมั่นตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบแท้งค์เป็นประจำ ระวังอย่าให้มีสิ่งที่จะทำลายวัสดุได้ ถ้ามีพวกสารที่เป็นกรดด่าง สารที่มีค่าความเค็มสูง พื้นที่นั้นอยู่ใกล้แหล่งทำความร้อนขนาดใหญ่ หรือแม้แต่สิ่งเล็กๆ น้อยๆ จากธรรมชาติ เช่น เศษใบไม้ที่ทับถมกัน มูลนก เป็นต้น ต้องรีบจำกัดทุกอย่างออกไปทันที

อย่าต่อเติมแท้งค์น้ำตามอำเภอใจ

มีผู้ใช้แท้งค์น้ำจำนวนมากที่เลือกจะต่อเติมแท้งค์น้ำเอง โดยหวังผลให้เกิดการใช้งานที่สะดวกมากขึ้น เช่น ต่อก๊อกน้ำเพิ่ม เดินท่อถ่ายเทน้ำ เป็นต้น การทำแบบนี้จะเป็นการลดทอนคุณสมบัติสำคัญบางอย่างของแท้งค์น้ำไป ถ้าอยากต่อเติมจริงๆ ต้องเลือกต่อให้จุดที่ผลิตภัณฑ์ออกแบบมาให้ต่อได้เท่านั้น แต่ถ้ามันยังไม่ตอบโจทย์ก็ควรเลือกซื้อของใหม่มาใช้แทนมากกว่า

ผมร่วงเกิดจากอะไร การเลือกใช้เซรั่มแก้ผมร่วงช่วยได้จริงไหม

ผมร่วงผมบางเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทั้งเพศหญิงและเพศชาย ทุกช่วงวัย ซึ่งหากร่วงในปริมาณไม่มากก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าสังเกตแล้วอาการผมร่วงมากผิดปกติไม่ควรปล่อยเอาไว้นาน เพราะอาจจะทำให้ผมบางหรือหัวล้านได้ การรักษาและแก้ปัญหาผมร่วงอย่างตรงจุดนั้นจะช่วยป้องกันผมร่วงได้ การเลือกใช้แชมพูปลูกผมก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่หลายคนนิยมใช้กัน แต่จะได้ผมหรือไม่ได้ผลนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับสภาพผิวหนัง กรรมพันธุ์ และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายก็มีผลด้วยเช่นกัน

สาเหตุผมร่วงเกิดจากอะไร
อาการผมร่วงอาจจะเป็นเรื่องปกติ เพราะคนเราจะมีผมร่วงเฉลี่ย 50 – 100 เส้น เพื่อเป็นการพลัดเปลี่ยนการงอกของผมใหม่ แต่หากร่วงมากผิดปกติอาจจะทำให้ผมบางหรือหัวล้านได้ ซึ่งสาเหตุของผมร่วงนั้นอาจจะเกิดได้กับหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น ผมเสีย ผมขาดความชุ่มชื้น หรือมีปัญหาผิวหนัง ยังรวมไปถึงความเครียดและการรับประทานอาหารอีกด้วย

เลือกใช้เซรั่มแก้ผมร่วงช่วยได้จริงไหม
เมื่อหลายคนที่ประสบปัญหาผมร่วงต่างก็หาวิธีเพื่อจะฟื้นฟูผมให้กับมาดกดำเหมือนเช่นแต่ก่อน และมีการลองมาหลากหลายวิธีเพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด การเลือกใช้เซรั่มแก้ผมร่วงก็เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่หลายนำมาใช้ บางคนบอกว่าใช้ได้ผล หรือบางคนบอกว่าไม่ได้ผล ซึ่งสำหรับเซรั่มแก้ผมร่วงนั้นโดยส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของวิตามิน โปรตีน และไขมันที่ช่วยในการบำรุงหนังศีรษะและเส้นผม การที่หลายคนใช้ได้ผลหรือไม่ได้ผลนั้น ก็ขึ้นอยู่กับสภาพหนังศีรษะของแต่ละคน รวมไปถึงกรรมพันธุ์และฮอร์โมนในร่างกายด้วย การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เซรั่มแก้ผมร่วงหรือแชมพูปลูกผมคุณควรเลือกให้เหมาะกับสภาพของหนังศีรษะของตนเองจะดีที่สุด หรือทางที่ดีควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางเพื่อเป็น

แนวทางแก้ปัญหาผมร่วงได้อย่างตรงจุดมากขึ้น
การแก้ปัญหาผมร่วงด้วยเซรั่มแก้ผมร่วง หรือแชมพูปลูกผม อาจจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถแก้ปัญหาผมร่วงได้เป็นอย่างดี แต่โอกาสที่จะกลับมาร่วงอีกก็เป็นไปได้ การเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงเส้นผมจากภายในสู่ภายนอก หรือการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถแก้ปัญหาผมร่วงระยะยาวได้เป็นอย่างดี

ซึ่งการใช้แชมพูปลูกผมหรือเซรั่มแก้ผมร่วงก็เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างให้เส้นผมแข็งแรงไม่ขาดร่วงง่าย บำรุงเส้นผมอย่างล้ำลึก ช่วยป้องกันผมร่วงได้เป็นอย่างดี สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dr-mokan.com/

วิธีเลือกคลินิกดูดไขมันต้นแขนกรณีแก้ไขงาน

เป็นธรรมชาติของงานแก้ไขที่มักจะต้องมีความยุ่งยากซับซ้อนมากกว่างานใหม่เสมอ การดูดไขมันต้นแขนก็เช่นเดียวกัน ตอนเลือกคลินิกครั้งแรกมีสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบแค่ไหน คราวนี้ยิ่งต้องใส่ใจให้มากกว่าเดิม เพราะไม่ใช่ทุกคลินิกที่สามารถทำงานแก้กรณีดูดไขมันแขนมาแล้วมีปัญหาได้ ต่อให้มีความพร้อมของเครื่องมือและทีมแพทย์ แต่เรื่องนี้ต้องอาศัยประสบการณ์ค่อนข้างมาก ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องดูระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย

เริ่มต้นจากมองหาคลินิกดูดไขมันแขนที่รับงานแก้
บริการในส่วนนี้อาจจะไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์อย่างชัดเจนนัก ในท้องตลาดคงได้เห็นกันแค่ไม่กี่เจ้าเท่านั้น ทางที่ดีที่สุดเราจึงควรเลือกคลินิกที่มีความพร้อมด้านเครื่องมือและทีมแพทย์เป็นหลัก แล้วเข้าไปขอคำปรึกษาโดยตรงว่าต้องการแก้งานดูดไขมันต้นแขนที่ไม่ตรงตามความต้องการ ทางคลินิกมีบริการส่วนนี้หรือไม่ ประเด็นสำคัญก็คือ ในขั้นตอนของการสอบถามนี้ควรเข้าไปพบแพทย์ด้วยตัวเอง อย่าถามผ่านทางโทรศัพท์หรือช่องทางออนไลน์อื่นๆ เพราะเมื่อแพทย์ได้เห็นปัญหาจะประเมินได้ง่ายกว่าว่าช่วยได้หรือไม่

พิจารณาเลือกคลินิกดูดไขมันแขนจากต้นเหตุของปัญหา
สำหรับคนที่คิดว่าคลินิกเดิมมีมาตรฐานการรักษาสูงมากอยู่แล้ว และปัญหาที่มีก็เกิดจากตัวเราเป็นต้นเหตุ อย่างเช่น ไม่ปฏิบัติตัวหลังการดูดไขมันต้นแขนตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด จนทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นมา แบบนี้ไม่จำเป็นต้องหาคลินิกใหม่ ให้ติดต่อกลับไปที่คลินิกเดิมพร้อมแจ้งข้อผิดพลาดทั้งหมดให้แพทย์ฟังด้วย ปัญหาคือคนส่วนใหม่ไม่ค่อยยอมรับผิด แล้วก็จะอ้างเรื่องอื่นไปเรื่อยๆ ส่งผลให้แพทย์เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนจนวางแผนการแก้ไขได้ยาก

ตรวจสอบรีวิวจากผู้ที่เคยแก้งานดูดไขมันต้นแขนกับคลินิก
เพียงแค่ข้อมูลจากคลินิกฝ่ายเดียวคงไม่พอ ต้องดูผลลัพธ์ของคนที่เคยแก้งานดูดไขมันแขนกับคลินิกด้วย ยิ่งถ้าพบเคสที่มีความใกล้เคียงกับปัญหาของเราก็ยิ่งดี งานนี้ต้องดูให้ละเอียดทั้งรีวิวจากคลินิกเองและรีวิวจากสื่อกลางที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย

ทั้งนี้ในการเลือกคลินิกดูดไขมันแล้ว ต้องตรวจสอบความเชี่ยวชาญของแพทย์ คลินิกได้มาตรฐาน ผ่านการรับรอง มีใบประกอบอาชีพที่ถูกต้อง และเคสการดูดไขมันต่างๆ อิสสวีร์คลินิกเป็นหนึ่งตัวเลือกที่จะทำให้สาวๆได้มั่นใจว่าจะได้รับการดูแลที่ดีที่สุด ปลอดภัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจดูดไขมันกันได้เลยนะคะ