แขนใหญ่ ไม่กล้าใส่เสื้อโชว์แขน เพิ่มความมั่นใจเลือกดูดไขมันต้นแขน

ใครมีปัญหากับการแต่งตัวเพราะแขนใหญ่บ้างคะ ใส่เสื้อแขนระบายพองๆ หรือใส่เสื้อตัวโคร่ง ๆ เพื่อปกปิดต้นแขน อยากใส่เสื้อเปิดไหล่โชว์แขนก็เป็นอุปสรรคไปหมด ไม่กล้าโชว์ รู้สึกว่าต้นแขนนั้นเด่นยิ่งกว่าหน้าเสียอีก ออกกำลังกายตามเทรนเนอร์ ก็ไม่ได้เล็กลงเลย สาว ๆ เลิกกังวลได้แล้วค่ะ เพราะเรามีทางออกที่ง่ายมาก แถมยังทำให้ต้นแขนของสาว ๆ เล็กลงได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงค่ะ นั่นก็คือ การดูดไขมันต้นแขนนั่นเองค่ะ

การดูดไขมันต้นแขน เหมือนกับการดูดไขมันในส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย คือต้องมีการฉีดยาชา และเปิดแผลใส่อุปกรณ์เข้าไปเพื่อดูดไขมันแขนออกมา แต่เมื่อดูดไขมันต้นแขนเสร็จแล้ว แขนของเราก็จะเล็กลงแบบผิดหูผิดตาทีเดียวค่ะ เพราะไขมันแขนที่สะสมจนจะกลายเป็นปีกได้ถูกดูดออกจนได้ขนาดที่เราพอใจนั่นเองค่ะ การดูดไขมันต้นแขนเป็นอีกหัตถการยอดฮิตของสาว ๆ ไม่ต่างไปจากการดูดไขมันอื่น ๆ เพราะเห็นผลรวมเร็ว และใช้เวลาพักฟื้นแค่ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ หรือบางคนไม่จำเป้นต้องพักฟื้นหลังดูดไขมันแขนเลยก็มีค่ะ เพราะเราสามาถใส่เสื้อแขนยาวปกปิดร่องรอยเข็มได้ และโดยปกติแล้วร่องรอยที่เกิดจากการดูดไขมันแขนจะจางลงในหนึ่งสัปดาห์

เพราะฉะนั้นใครที่ต้องเตรียมตัวออกงาน ใส่ชุดเปิดไหล่ โชว์แขน ควรวางแผนเรื่องเวลาเผื่อการฟื้นฟูร่างกายสักสองสัปดาห์ เพื่อให้ร่องรอยการดูดไขมันต้นแขนหายไป และเนื้อแขนกระชับเข้าที่ และสาว ๆ จะได้ใส่สุดสวยที่คาดหวังไว้ได้อย่างมั่นใจ และเมื่อสาว ๆ มั่นใจที่จะแต่งตัว มั่นใจที่จะอวดร่างกายที่ได้รับการดูแลมาอย่างดีก็จะทำให้เรารู้สึกภูมิใจในตัวเองมากขึ้นด้วยนะคะ มาสวยไปด้วยกัน เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานด้วยนะคะ อิสสวีร์คลินิกเรามีบริการดูดไขมันต้นแขนให้กับสาวๆ ได้เลือก สามารถเข้ามารับคำปรึกษาหรือสอบถามเพิ่มเติมกันก่อนได้เลยนะคะ

ไขข้อข้องใจก่อนใส่รากฟันเทียม

หากใครมีช่องว่างในปากจากอุบัติเหตุหรือต้องถอนฟัน แต่ก็ไม่อยากใส่ฟันปลอมที่ต้องใส่เข้าออกตลอดเวลา อยากใส่แบบติดแน่นไม่ต้องถอดออกและสวยงามเหมือนฟันธรรมชาติ การทำรากฟันเทียมก็เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์มากเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามยังมีหลายคนที่กำลังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำรากเทียม วันนี้เราได้รวมทุกข้อสงสัยมาฝากกันค่ะ

ชนิดของรากเทียม
• Conventional Implant
• Immediate implant
• Immediate loaded implant

1.เมื่อไหร่ที่ควรทำรากเทียม?
เมื่อฟันธรรมชาติหายไปและไม่ต้องการใส่ฟันปลอม ใช้วิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด และใกล้เคียงกับฟันธรมชาติที่สุด

2.รากฟันเทียมมีกี่แบบ?
รากฟันเทียมมีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้เกณฑ์อะไรในการแบ่ง แต่หลักๆแบ่งเป็น รากฟันเทียมเพื่อใช้ยึดกับฟันเทียมติดแน่น และรากฟันเทียมเพื่อใช้ยึดกับฟันเทียมถอดได้

3.อยากทำรากเทียม ทำได้ทันทีหรือไม่?
การทำรากเทียมถือว่าเป็นการผ่าตัดชนิดหนึ่ง ผู้ป่วยต้องเตรียมความพร้อมทั้งทางร่างกายและตรวจสภาพช่องปาก วางแผนการรักษา บางรายสามารถฝังได้เลย บางรายต้องมีการรักษาอื่นๆรวมด้วย

4.ข้อดีการทำรากเทียม?
การทำรากเทียมเป็นวีธีที่ใส่ฟันที่ดีที่สุด มีประสิทธิภาพ ช่วยทดแทนฟันที่หายไปบางส่วนได้ การใช้งานใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติมากที่สุด

5.อายุการใช้งานรากเทียมได้กี่ปี?
ในส่วนของรากเทียมนั้นก็เหมือนฟันธรรมชาติที่เราต้องรักษา ดูแลสุขภาพช่องปากที่ดี มีการออกแบบการใส่ฟันที่ดีและตรวจติดตามอย่างต่อเนื่อง ตามงานวิจัยแล้วผลสำเร็จของการรักษาเมื่อผ่านไป 10-20 ปีมากกว่า 90% การดูแลรักษาก็เหมือนดูฟันธรรมชาติ เช่น การแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ

6.ทำรากเทียมต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
การทำรากฟันเทียมเป็นการผ่าตัดเล็กๆ เพราะฉะนั้นความสะอาดและความปลอดภัยของผู้ป่วยย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด รองลงมาเป็นเรื่องของผลสำเร็จทางการศึกษา คนไข้ต้องได้รับการตรวจประเมินสุขภาพและวางแผนการรักษาเป็นอย่างดี ทำในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน รากเทียมที่เลือกใช้ ความชำนาญของทันตแพทย์ในการรักษา

หากใครสนใจรักษาด้วยวิธีทันตกรรมรากเทียมที่ สามารถคลิกเข้าไปดูรายละเอียดการทำรากฟันเทียมได้ที่นี่เลย >>> https://www.pmdc-dental.com/th/ทันตกรรมตกแต่ง/รากฟันเทียม

Benefits of Boarding schools in Thailand

Are you thinking about where your kid should get educated? Have you considered taking them to a boarding school?

If you are struggling with these questions, here are the benefits of studying in boarding schools according to Thai Land Expo2010.

Conducive Learning Environment

Boarding schools provide an ideal learning environment. There are fewer distractions compared to home, where students have to attend to chores, watch TV and deal with other things that prevent them from studying.  

Furthermore, boarding schools have facilities such as arts centres, gyms, sports courts and swimming pools. These are useful for refreshing the students’ mind after classes end.

Self-reliance

Kids learn self-reliance best when they attend boarding schools.  At home, they are under supervision from loving and caring parents, making it hard for them to become independent. However, admission to boarding schools learns how to become disciplined, self-sufficient and responsible. This is because they manage time and money themselves, and select the events to do, etc.

It Builds Resilience

 Living away from loved ones is usually tough on kids. After spending some time away from home, kids in boarding schools learn to live by themselves and develop resilience. This prepares them for the challenges and responsibilities of adulthood.

Cultural Diversity

Most boarding schools in Thailand have students from diverse cultural backgrounds. By enrolling your child in these institutions, they become more appreciative of other people, and this improves their character. They could even learn new languages as a result of their friendship with their colleagues.  

Character Development

Another benefit of taking your kid to a boarding school is that the institutes develop their character. They do this by emphasizing qualities like honesty, hard work, respect, and empathy. Thus, your child will be morally upright once they leave school.

Better Social Skills

Lastly, boarding schools are better at building social skills than their day counterparts. This is because students spend a lot of time together, during which they communicate and cooperate in problem-solving. They also learn how to adapt to relationship challenges when they arise. More importantly, the friendships they create with colleagues might prove vital after school.

If you looking for Boarding School in Thailand, please visit : www.asb.ac.th/greenvalley/

วิธีการดูแลภายหลังการเสริมหน้าอก

เสริมหน้าอก หนึ่งในวิธีการที่ใช้สำหรับการเพิ่มความมั่นใจได้ง่ายที่สุดสำหรับผู้หญิงที่มีปัญหาหน้าอกเล็ก หรือมีขนาดที่ไม่สมส่วนกับหุ่นของเรา และในการทำหน้าอกสิ่งสุดท้ายที่เราจะต้องรู้ก็คือ การดูแลรักษาภายหลังการทำหน้าอก คือสิ่งเราอาจจะไม่ควรพลาด มีอะไรบ้างที่เราจะต้องรู้

1. หลังผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอก เราควรมีเพื่อนรือสมาชิกในครอบครัวมาด้วย เพื่อควรเฝ้าดูอาการภายหลังการผ่าตัด

2. การฟื้นตัวภายหลังการดมยาสลบแต่ละอาจจะไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะฟื้นตัวได้ดี บางคนอาจจะฟื้นตัวได้ช้า ดังนั้นเราควรมีเพื่อนและคนรู้จักไปเป็นเพื่อนหลังการทำหน้าอก

3. เน้นทานอาหารที่ย่อยง่าย เลี่ยงอาหารจำพวกของเค็มหรืออาหารที่ผสมไปด้วยน้ำเกลือเพราะเกลือทำให้น้ำถูกดึงกลับเข้าสู่ร่างกายเป็นเหตุให้บวมมากขึ้น

4. ดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้ให้มากๆ ในช่วงสองวันแรกภายหลังการผ่าตัด และพยายามงดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน น้ำอัดลม และผลิตภัณฑ์ที่ทำมานม เพราะจะทำให้ไม่สบายท้องฟื้นตัวได้ช้า

5. สวมเสื้อที่ใส่สบาย ควรเป็นเสื้อผ้าที่ใส่จากด้านหน้า เช่น เสื้อเชิ้ต เสื้อคลุม หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อแบบสวมจากด้านล่างเนื่องจากหลังจากการผ่าตัดจะยังปวดระบมหน้าหน้าอก

6. ในกิจกรรมยามว่าง เราสามารถเดิน หรือเคลื่อนไหวบ้างในกิจวัตรประจำวันได้ โดยในการออกกำลังกายควรเน้นแบบง่าย ไม่ควรยืดกล้ามเนื้อ การบริหารหรือยกของที่มีน้ำหนักมากเกินไป

7. งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ในสัปดาห์แรก รวมถึงการหลีกเลี่ยงการสูดควันบุหรี่

เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์มากสำหรับใครที่กำลังศึกษาและวางแผนในการทำหน้าอก และหากใครที่กำลังมองหาคลินิกทำหน้าอก เราขอแนะนำ นิดา ผู้เชี่ยวชาญในด้านการทำศัลยกรรมหน้า ที่มีผ่านการทำหน้าอกด้วยเทคนิค Ultimate Breast 360° การศัลยกรรมเสริมหน้าอกที่ให้ความสวยงามล้ำธรรมชาติที่มากกว่าเดิม ด้วยเทคนิคการเสริมหน้าอกที่รวมความเชี่ยวชาญในศาสตร์แห่งความงาม และศิลป์แห่งการออกแบบในนระดับ Premium เข้าไว้ด้วยกัน สนใจอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ nidaskincosmetic.com

Benefits Of Hair Transplant In Thailand

Hair transplant is a permanent surgical procedure that restores hair in a balding area. In the procedure, hair follicles are usually transplanted from a part that doesn’t loss hair to the thinning area. Apart from treating baldness, hair transplant can also be used to treat the growth or lack of hair growth on the chest or eyebrows.

As per Thai expo2010, there are numerous benefits of hair transplant. Here are some pros of undergoing the surgery.

Improves your self esteem

Going bald at a young age will have a negative impact on your appearance. It makes you look much older than you actually are. This often has a negative effect on a person’s self-esteem. However, a hair transplant can improve your appearance and make you feel more confident and attractive.

It is low maintenance

When you undergo a hair transplant surgery, you get hair that is easy to maintain. Transplanted hair is like your natural grown hair and you do not have to apply expensive oils or chemicals to keep its density. The surgery is also a onetime procedure and there are no regular visits to the doctor. In addition, this is a lifetime procedure so it’s worth the initial investment.

It’s a permanent solution to hair loss

Although some people are successful treating hair loss with topical treatments, most people never see an improvement in hair growth. for such people, a hair transplant procedure is the surest way of fixing their hair loss woes.

Get rid of balding

Immediately, you are done with your hair loss surgery, you are also done with hair loss problems. You will no longer have to agonize over a receding hairline, or a bald spot anymore.

The outcomes of a hair transplant are worthwhile and you will likely never have to deal with balding again. Although your hair growth after a hair transplant won’t go back to what it looked like naturally, it will be very close to it.

Conclusion

When compared to other hair restoration procedures, hair transplant surgery is quite affordable. You only have to pay once and your hair problem is resolved.

If you are looking for hair transplant in hair transplant thailand, please visit : https://www.nidaskincosmetic.com/services/hair-services/ur-cell-hair-micro-transplant-thailand

วิธีดูแลผิวพรรณให้เนียนสวยฉบับคุณแม่

คุณแม่ตั้งครรภ์มักกังวลใจกับสภาพผิวที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ฮอร์โมนในร่างกายทำให้เกิดปัญหาผิวในด้านต่างๆ ทั้งคอลลาเจนในชั้นผิวลดลง รวมถึงผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น ผิวไวต่อแสงแดด เป็นฝ้า กระ จุดด่างดำต่างๆ แต่ถ้าคุณแม่อยากดูแลผิวให้สวยปิ๊งก็ต้องโฟกัสที่ปัญหาเหล่านี้ซะก่อน ซึ่งวิธีแก้ไขปัญหาผิวดังกล่าวดังต่อไปนี้เลยค่ะ

1.ต้องเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว
รู้หรือไหมว่า ยิ่งอายุมากขึ้น ความชุ่มชื้นในชั้นผิวก็จะค่อยๆ ลดน้อยลงด้วยรวมทั้งผิวแห้งง่ายต่อการเกิดริ้วรอย คุณแม่เลยจำเป็นต้องเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวดูสวยเด้งเสมอ ซึ่งทำได้หลายวิธี เช่น ใช้ครีมทาผิวคนท้อง ครีมสำหรับคนท้อง เลือกตัวที่ทำมาเพื่อคนท้องจริงๆและให้ความชุ่มชื้นกับผิว

2.ใช้ครีมลดเลือนริ้วรอย
เป็นเรื่องธรรมชาติ เมื่ออายุมากขึ้น พวกคอลลาเจนในผิวก็ลดน้อยลงด้วย คุณแม่เลยจำเป็นต้องใช้ครีมหรือเซรั่มที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว

3.อย่าลืมทาครีมที่คอ
อย่ามัวโฟกัสดูแลผิวหน้าจนเพลิน แล้วลืมดูแลผิวที่ต้นคอล่ะ เพราะผิวบริเวณนี้ก็เหี่ยวย่นได้ง่ายเหมือนกันค่ะ ถ้าหน้าเป๊ะ แต่คอเหี่ยว คนอื่นต้องจับได้แน่ๆ ว่าผิวเราอายุเท่าไหร่ ดังนั้น เพื่อให้ผิวสวยอย่างไร้ที่ติ เวลาทาครีม อย่าลืมทาเลยมาที่ลำคอด้วยนะคะ

4.เพิ่มความแข็งแรงให้กับผิว
พื้นฐานของการมีผิวสุขภาพดีคือ การมีผิวที่แข็งแรงค่ะ ผิวที่แข็งแรงคือ การที่มีเกราะป้องกันผิว ที่แข็งแรง ไม่มีรอยรั่ว ทำให้สิ่งแปลกปลอม สิ่งสกปรกเข้าสู่ผิวได้ยาก และความชุ่มชื้นดีๆ ก็จะไหลรั่วออกไปได้ยากด้วยค่ะ หากผิวเราแข็งแรงก็จะช่วยให้คุณแม่หมดปัญหาผิวเรื้อรัง ผิวเก็บความชุ่มชื้นได้ดี ผิวกระตุ้นสร้างคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหาริ้วรอยก็จะดีขึ้น หน้าใส หน้าเด้งไม่แพ้คุณลูกเลยล่ะค่ะ

5.ครีมกันแดดต้องห้ามขาด
ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปของคุณแม่ตั้งครรภ์ ส่งผลให้ผิวของคุณแม่ไวต่อแสงแดด ทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำได้ง่าย เกิดฝ้ากระ ทางที่ดีคุณแม่ต้องทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอหรือเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดคนท้องโดยเฉพาะก็จะปลอดภัยต่อคุณแม่มาก และพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดแรงๆ


นอกจากดุแลผิวพรรณภายนอกแล้วการบำรุงจากภายในก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้ผิวพรรณของคุณแม่ สวย สุขภาพดี เช่น การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม ทานอาหารที่มีประโยชน์พวกผักผลไม้ และการพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับคุณแม่มากเลยค่ะ สำหรับคุณแม่ท่านใดที่กำลังมองครีมบำรุงผิวที่เหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เราขอแนะนำ Zeblanc ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ที่ทั้งปลอดภัยมีอย. ครบถ้วน สารสกัดจากธรรมชาติ 100% ไม่มีสารระคายเคืองต่อคุณแม่แน่นอน สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.zeblanc.com

How To Survive International Schools In Thailand Job Fairs

Attending an international job fair can be stressful, but job expos are an excellent opportunity to incorporate in your search for an international teaching job in Thailand. They open up opportunities for your job search and are great start in your search for a teaching job abroad.

Here some tips to help you survive an international school job search in Thailand

Check the organizers website.

Before you sign up for a session, it is important to have a look at the organizer’s website before the sign up time for any changes in vacancies.

Where possible, Thailand expo2010 advises that you check out the school’s website to update yourself with the programs that are on offer. Find out exactly where the schools are located, what extra-curricular activities they offer and their accreditations. This will help you know whether you are a perfect match for the job.

Carry several copies of your Curriculum vitae

Your CV is what will get you into your desired international school.  These extra copies will be given to school recruiters at the expo. You will also notice that some schools will also put up vacancies that you hadn’t seen on their websites. Your extra CVs will come in handy as you can apply to those vacancies immediately.

Be ready to stand in long queues.

A school that has a long queue is a great indicator that it is a good school where a lot of teachers want to work. This also means that the competition will be tougher, but it will be worth it if you land the job.

Use the time on queues to collect more information

International school teachers attend this teaching job expos because they are a good source of information. Make use of that time you are in the queue to strike conversations with recruiters. Ask them any questions you may have because they are the best source of knowledge.

Conclusion

The most important thing when teaching in an international school in Thailand, is to get a school where you are comfortable. You also need to pick a school that is in a place that has activities you love to do after work. Thailand has so much to offer in terms of leisure activities.

If you want quality education for your kid, The American School of Bangkok is the best for you.

ทำนมเสริมอกใส่อะไรก็สวยเป๊ะ

หากสาวๆคนไหนมีหน้าอกสวยขนาดได้รูปย่อมทำให้ใส่ชุดอะไรก็ดูสวยไปหมด ฉะนั้นสาวคนไหนที่ไม่มีหน้าอก เดี๋ยวนี้การทำนมเสริมหน้าอกเป็นเรื่องที่สาวๆให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เราไปทำความรู้จักการเสริมหน้าอกกันเถอะค่ะ

ในยุคปัจจุบันผู้หญิงได้ให้ความสำคัญกับรูปร่างมากยิ่งขึ้น การเสริมนมหรือทำนมจึงเป็นการทำศัลยกรรมอันดับต้นๆ ที่ผู้หญิงหลายคนเลือกที่จะเสริมหน้าอกเป็นอันดับต้นๆ เพราะการศัลยกรรมหน้าอกช่วยให้มีรูปร่างที่ได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้นเพราะมีส่วนโค้งส่วนเว้าที่ได้สัตส่วนจากการทำหน้าอก และง่ายต่อการแต่งตัว เนื่องจากหน้าอกก็เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่แสดงความเป็นตัวตนของเพศหญิงได้ชัดเจน ในปัจจุบันการแพทย์ด้านศัลยกรรมความงามและการเสริมหน้าอกได้พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้การศัลยกรรมเสริมอก เสริมนม เป็นที่นิยมไม่น้อยไปกว่าการศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าเลยทีเดียว

การเสริมอกหรือการทำนม โดยใช้ถุงเต้านมเทียม (Breast implant) ปัจจุบันมีซิลิโคนให้เลือกมากมายหลายประเภท โดยปัจจุบันนี้ซิลิโคนที่ศัลยแพทย์เชื่อมั่นว่าดีที่สุดสำหรับการเสริมหน้าอกทำนมเป็นซิลิโคนแบบเจลแทนถุงน้ำเกลือเนื่องจากมีความปลอดภัยไม่เสี่ยงรั่วซึมในอนาคต สำหรับในส่วนของการผ่าตัดทำนมนั้นจะเป็นการวางยาสลบด้วยวิสัญญีแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น

ประเภทซิลิโคน

1. ทรงพุ่งคล้ายปีระมิด (High Profile) เหมาะสำหรับคนไข้ที่ไม่มีเนื้อหน้าอก หรือมีเนื้อหน้าอกอยู่บ้าง เสริมด้วยหน้าอกทรงนี้จะช่วยให้ได้หน้าอกทรงสาว ไม่เป็นบล็อก

2. แบนคล้ายจาน (Low Profile/Moderate) ไม่เหมาะสำหรับคนไข้ที่มีความกว้างของฐานเต้านมเล็ก หรือความกว้างของลำตัวเล็ก เหมาะสำหรับคนไข้ที่ต้องการหน้าอกไม่พุ่ง แต่ต้องการเพิ่มขนาด

3. ทรงพุ่งแหงน (Ultra High Profile) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับหน้าอกหย่อนคล้อย จากขนาดหรือจากการให้นมบุตร เพื่อต้องการยกกระชับทรวงอกให้ดูเป็นหน้าอกสาวและอิ่มเต็มมากขึ้น

หากสาวๆคนไหนอย่างเสริมอกทำนมเพื่อความมั่นใจ ที่ Nida Esth’ ขึ้นชื่อเรื่องการศัลยกรรมหน้าอก เพราะมีศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการเสริมหน้า พร้อมรักษาผ่าตัดเสริมนมที่ห้องผ่าตัดปลอดเชื้ออัฉริยะให้คุณมั่นใจถึงความปลอดภัย

โรคสมาธิสั้น ยิ่งรู้เร็วยิ่งดี

เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายคนมักจะแยกไม่ออกว่าอาการแบบไหนถึงเรียกว่าสมาธิสั้น เพราะเข้าใจว่าที่ลูกซน อยู่ไม่นิ่ง อาจจะเป็นนิสัยของเด็กทั่วๆไป แต่ถ้าสังเกตได้ว่าอาการของลูกผิดปกติเข้าข่ายเป็นเด็กสมาธิสั้น ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ เพราะโรคสมาธิสั้น ยิ่งรู้เร็วยิ่งดี

หากพบว่าลูกเป็นเด็กสมาธิสั้นเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะเด็กที่เข้ามารักษาโรคสมาธิสั้นในช่วงวัยรุ่นหรือโตแล้ว ในเรื่องของการรักษาหรือแก้ไขสมาธิสั้นจะทำได้ไม่ดีนัก โดยโรคสมาธิสั้นในวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่จะส่งผลถึงพฤติกรรมที่ไม่ดี เช่น ชอบหนีออกจากบ้านตอนดึกๆ ออกไปเที่ยวกับเพื่อนไม่ยอมกลับ หรือในบางคนจะมีเรื่องของการติดยาเสพติด หรือการมีพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ ถ้าซักประวัติย้อนกลับไปในช่วงแรกๆ จะพบว่าคนกลุ่มนี้มีเรื่องของสมาธิสั้นมาก่อน แต่ไม่ได้รับการรักษา คนกลุ่มนี้เลยเบี่ยงเบนออกจากวิถีการเรียนไป เพราะมักไม่ตั้งใจเรียน ห่วงเล่น แล้วยิ่งไปคบกับเพื่อนที่เกเรเหมือนกันอีกด้วย เลยมีพฤติกรรมที่ไม่ดีไปกันใหญ่ ถ้าทราบว่าเป็นโรคสมาธิสั้นตั้งแต่ตอนอายุน้อยๆ ก็จะทำให้รักษาอาการสมาธิสั้นได้ทัน และได้ผลดี

เห็นแล้วใช่ไหมว่า ถ้าพบว่าลูกของคุณเป็นเด็กสมาธิสั้นเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะจะได้รีบพาไปรักษาโรคสมาธิสั้นให้อาการดีขึ้น อาการสมาธิสั้นจะได้ไม่ส่งผลไปถึงอนาคตวันข้างหน้าของลูกเมื่อเติมโต ยิ่งสมัยนี้อาจจะไม่ต้องพึ่งการรักษาโดยตรง เพราะมีคอร์สฝึกสมาธิสั้นที่สถาบัน BrainFit Studio เป็นหลักสูตรออกแบบมาเพื่อเด็กสมาธิสั้นโดยเฉพาะ คุณจะเห็นถึงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงที่ดีของลูกคุณ

หยุดปัญหาผมร่วงหัวล้านด้วยการปลูกผมถาวร

ใครที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน รักษาผมร่วงมาหลายวิธีแล้วก็ยังไม่ได้ผล การปลูกผม ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี สำหรับผู้ที่รักษามาหลายวิธี ผมก็ไม่ขึ้นสักที วันนี้จะไปทำความรู้จักกับการปลูกผมถาวรกันค่ะ

ปลูกผมถาวรเป็นวิธีการรักษาปัญหาผมร่วง ผมบาง หัวล้าน การปลูกผมช่วยได้จริง – แต่ใช่ไม่ได้กับทุกราย ผู้ที่จะสามารถทำการปลูกผมได้ต้องมีผมที่ท้ายทอยหรือเหนือกกหูเป็นเส้นผมขนาดใหญ่และปริมาณความหนาแน่นต้องมากพอสมควร ในคนปกติจะมีรากผมประมาณ 80-100 ราก ต่อหนึ่งตารางเซ็นติเมตร และการปลูกผมสามารถปลูกได้ 30-50 ราก ต่อหนึ่งตารางเซ็นติเมตร การปลูกผมวิธีนี้ใช้เส้นผมจริงของเจ้าตัวเท่านั้นไม่มีการใช้เส้นผมสังเคราะห์ หรือเส้นผมของผู้อื่นเหมือนการปลูกถ่ายอวัยวะชนิดอื่น หลังจากทำการปลูกผมแล้ว เส้นผมสามารถขึ้นได้จริงและยาวได้ปกติอยู่กับตัวของคุณไปตลอดเป็นการปลูกผมถาวรจริงๆ  และคนที่มีผมร่วงบางจากกรรมพันธุ์ รากผมบริเวณท้ายทอยและเหนือกกหูจะไม่ถูกทำลายด้วยอิทธิพลของฮอร์โมน DHT เพราะฉะนั้นเวลาย้ายเซลล์รากผมมาปลูกตำแหน่งที่ผมบางแล้วเส้นผมที่ขึ้นใหม่จะไม่กลับมาร่วงหรือมีเส้นเล็กลงอีก

การปลูกผมถาวรใช้เวลานานแค่ไหนและอันตรายไหม ?

ส่วนใหญ่การทำการปลูกผมจะใช้เวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมง ในการทำขึ้นอยู่กับว่าปริมาณเซลล์รากผมที่จะย้ายมาปลูกมีมากน้อยแค่ไหน ทั่วไปการย้ายเซลล์รากผม 1000-2000 กร๊าฟท์ จะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง   การผ่าตัดปลูกผมถาวรไม่จัดว่าเป็นการผ่าตัดใหญ่ เทียบเท่ากับการไปถอนฟัน ไม่มีการดมยาสลบใช้เพียงการฉีดยาชาเฉพาะที่เท่านั้น ระหว่างทำการปลูกผมคุณจะรู้สึกตัวตลอดเวลาแต่ไม่เจ็บเพราะมีฤทธิ์ยาชาอยู่ บางที่อาจจะให้กินยากล่อมประสาทแบบอ่อนๆเพื่อไม่ให้เกิดความกลัวหรือระหว่างการทำจะมีการเปิดเพลงให้ฟังจะได้รู้สึกเคลิ้มและผ่อนคลาย ในต่างประเทศบางแห่งระหว่างการทำมีคนมาบรรเลงเปียโนให้ฟังถึงในห้องผ่าตัดเลยทีเดียว ในส่วนของเรื่องความปลอดภัยนั้นจัดว่าปลอดภัยสูงมาก แต่เรื่องความสวยงามของการทำและอัตราการงอกของเส้นผมที่ทำการปลูกใหม่นั้นขึ้นอยู่กับทีมผู้ช่วยแพทย์และเครื่องมือที่ใช้ในการปลูกผม

ก็คงได้รับความรู้เกี่ยวกับการปลูกผมถาวรไปแล้วว่าเป็นอย่างไร ถ้าหากสนใจปลูกผมถาวรผมรักษาผมร่วง ที่ Nida Esth’ พร้อมดูแลคุณ ด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกผมโดยเฉพาะ มีประสบการณ์มากว่า 20 ปี เมื่อคุณปลูกผมไปแล้ว คุณจะมีผมที่หนาดกดำได้ดั่งใจ