5 พฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจ

ถึงแม้ว่าโรคหัวใจจะพบมากในผู้สูงอายุ แต่ในปัจจุบันพบว่าคนที่อายุยังน้อยก็ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจได้เช่นเดียวกัน ส่วนมากเกิดจากความผิดปกติตั้งแต่เกิด รวมทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิต การไม่ดูแลสุขภาพล้วนเป็นปัจจัยที่ก่อให้เป็นโรคหัวใจในอนาคตได้

พฤติกรรมเสี่ยงเป็นโรคหัวใจมีดังนี้

1.การรับประทานอาหารไขมันสูง ไขมันทรานส์ อาหารคอเลสเตอรอลสูง เช่น เค้ก เบเกอรี่ เนื้อสัตว์ติดมัน ชีส อาหารสำเร็จรูป ฟาสต์ฟู้ด ขาหมู หมูสามชั้น แกงกะทิมันๆ อาหารปิ้งย่าง เมื่อทานอาหารประเภทนี้เข้าไปในปริมาณมาก ต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูง คอเลสเตอรอลสูงจนไปอุดตันในหลอดเลือดหัวใจทำให้หลอดเลือดตีบและอุดตัน และเกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้

2.น้ำหนักเกิน การปล่อยให้ตัวเองมีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ซึ่งมีค่า BMI มากกว่า 30 มีอัตราเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังและเป็นอันตรายต่อการทำงานของหัวใจเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน และโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งมักจะเกิดจากการมีไขมันเกาะในหลอดเลือดมาก ส่งผลให้การไหลเวียนโลหิตติดขัด กระทั่งหัวใจขาดเลือด และเสียชีวิตอย่างกะทันหัน

3.เครียดมากเกินไป ผู้ที่มีความเครียดมากๆ และเครียดอยู่เป็นประจำเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อของโรคหัวใจเต้นผิดปกติมากที่สุด เพราะความเครียดจะไปกระตุ้นให้หัวใจทำงานหนักขึ้น หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น จนอาจเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ เป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว เป็นภาวะที่หลอดเลือดแดงมีไขมัน มีการอักเสบต่างๆ มาเกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด ก่อให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดแดง และเสี่ยงต่อภาวะหัวใจขาดเลือดได้

4.ไม่ออกกำลังกาย พักผ่อนไม่เพียงพอ หากหัวใจไม่เคยได้ออกกำลัง ก็จะทนต่อการทำงานหนักไม่ไหว เมื่อใดที่เราอยู่ในภาวะหัวใจต้องทำงานหนักแต่หัวใจรับไม่ไหว ก็จะทำให้หัวใจล้มเหลวได้ ซึ่งออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพียงวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน เป็นตัวช่วยให้หัวใจได้ออกกำลัง เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับหัวใจ พร้อมใช้งานหนักได้มากขึ้น รวมทั้งผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือน้อยกว่า 6 ชั่วโมง/วัน เสี่ยงป่วยเป็นโรคหัวใจ การพักผ่อนไม่เพียงพอจะทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน และส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เสี่ยงเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้น

5.สูบบุหรี่ หลายคนอาจจะคิดว่าการสูบบุหรี่ทำให้เป็นมะเร็งที่ปอดเท่านั้น จริงๆ แล้วบุหรี่เป็นสาเหตุที่สำคัญของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน เนื่องจากควันบุหรี่มีสารพิษหลายชนิดที่เป็นอันตรายต่อหลอดเลือดหัวใจ

พฤติกรรมการใช้ชีวิตส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง ถ้าคุณอยากมีชีวิตที่ยืนยาว ควรรักษาสุขภาพไม่หักโหมจนเกินไป ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดความเครียด ปรับเปลี่ยนมาทานอาหารที่มีไขมันต่ำ พบแพทย์ตรวจร่างกายเป็นประจำสม่ำเสมอ เสริมสร้างความอุ่นใจด้วยการทำประกันสุขภาพเพิ่มเติม ฟินชัวรันส์ ประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่ทำให้คุณฟินกว่า ให้ความคุ้มครองครบ ดูแลด้วยค่ารักษาแบบเหมาจ่ายสูงสุดถึง 10 ล้านบาทต่อปีด้วย ค่าห้องสูงสุด 9,000 บาทต่อวัน พร้อม OPD สูงสุด 50,000 บาทต่อปี ไม่ต้องซื้อแยก ใบเดียวครบ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.kwilife.com/health

งูสวัด ภัยเงียบอันตรายของผู้สูงอายุ

โรคงูสวัด เป็นโรคจากเชื้อไวรัสที่ทุกคนรู้จักกันดี โดยพบบ่อยขึ้นตามอายุที่มากขึ้น และอาการในผู้สูงอายุจะมีความรุนแรงมากกว่า และพบโรคแทรกซ้อนได้มากกว่าผู้ป่วยที่มีอายุน้อย เราควรทำความรู้จักโรคนี้กันให้ดี เพื่อเป็นการป้องกันคนใกล้ตัวที่คุณรัก

โรคงูสวัดเกิดจากอะไรได้บ้าง

งูสวัดนั้นเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดเดียวกับโรคอีสุกอีใส คือเชื้อ varicella zoster virus (VZR) โดยเชื้อจะค่อยๆเคลื่อนตัวตามแนวเส้นประสาทและเข้าไปอยู่ในปมประสาทของร่างกายโดยไม่เกิดอาการผิดปกติใดๆให้รู้สึกตัว เพียงแต่ถ้าเมื่อใดที่ร่างกายมีภูมิต้านทานต่ำ ไม่ว่าจะเกิดจากอาการป่วย, อายุที่เพิ่มมากขึ้น, หรือการได้รับยากดภูมิต้านทาน ก็จะทำให้เชื้อไวรัสนั้นสามารถกำเริบจนเกิดมาเป็นโรคงูสวัดได้

อาการของโรคงูสวัด

จะเป็นอาการที่เห็นชัดได้ทางผิวหนัง คือจะมีผื่นแดงหรือตุ่มนูนขึ้นตามตัวคล้ายกับโรคอีสุกอีใส แต่จะมีความแตกต่างกันคือ งูสวัดจะมาในรูปแบบกลุ่มหรือแถวยาวตามแนวของเส้นประสาท ไม่เหมือนกับอีสุกอีใสที่จะกระจายไปทั่วตัว จากนั้นตุ่มนูนของงูสวัดนั้นจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสและแตกออกเป็นการตกสะเก็ด รวมถึงจะมีอาการปวดแสบปวดร้อน ที่เกิดขึ้นตามผิวหนังตามแนวเส้นประสาท อาจรู้สึกเหมือนผิวหนังไหม้หรือปวดเหมือนไฟช็อต แล้วแต่อาการหนักเบาของแต่ละคน

อาการแทรกซ้อนของโรคงูสวัด

อาการที่พบเห็นได้บ่อยคือการปวดตามแนวเส้นประสาทหลังการติดเชื้อ ซึ่งจะพบมากในผู้ป่วยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และระยะเวลาในการปวดจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล บางคนอาจนานเป็นเดือน หรือเป็นปี หนักสุดอาจมีอาการปวดตลอดชีวิตเลยก็ได้ เรียกได้ว่าเป็นภาวะแทรกซ้อนที่จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นจำนวนมาก หรือภาวะแทรกซ้อนอื่นๆอาจจะเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดการอักเสบต่ออวัยวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตา หรืออื่นๆ

โรคงูสวัด แท้จริงแล้วสามารถป้องกันได้

สำหรับผู้ที่เกิดความกังวล ก็จะสามารถคลายกังวลได้บ้างหากทราบว่า ปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีวัคซีนป้องกันการเกิดโรคงูสวัดในผู้สูงอายุแล้ว โดยจะแนะนำให้ฉีดในผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือในผู้ที่มีโรคอื่นๆ หรือเป็นผู้ที่มีความไม่แข็งแรง อาจเข้ารับการฉีดก่อนอายุ 60 ปีก็ได้ ตามคำแนะนำและพินิจของแพทย์ โดยวัคซีน 1 เข็ม สามารถป้องกันโรคได้ดีที่สุดในระยะ 10 ปีจากวันที่ฉีด

เพราะเรื่องของสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ การเตรียมพร้อมรับมือในทุกๆด้านก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นเดียวกัน เราจึงอยากแนะนำให้ทุกท่านมีประกันสุขภาพเป็นของตัวเองเพื่อเป็นเกราะป้องกันในอนาคต โดยการเริ่มทำตั้งแต่ตอนอายุยังน้อยจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เนื่องจากเป็นการเตรียมพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ และหากทำประกันสุขภาพตั้งแต่ตอนอายุน้อยจะทำให้เบี้ยประกันมีราคาที่ถูกลง มีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น และถ้าหากสนใจประกันสุขภาพที่มีความคุ้มค่าและมีการคุ้มครองที่ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุบัติเหตุหรืออาการเจ็บป่วยต่างๆ เราขอแนะนำประกันสุขภาพสุดฟิน อย่าง ฟินชัวรันส์ ประกันสุขภาพจากบริษัท แมนูไลฟ์ ประกันชีวิต ที่จะให้คุณทุกความคุ้มค่า คุ้มครองสูงสุด 10 ล้านบาทต่อปีโดยไม่ต้องสำรองจ่าย

ปัจจัยในการเลือกซื้อประกันสุขภาพ

การเลือกซื้อประกันสุขภาพเป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงทั้งด้านสุขภาพและด้านการเงินในเวลาเดียวกัน เพราะหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเพียงครั้งเดียว อาจทำให้เงินเก็บที่คุณสะสมมาหลายปี หายไปในเพียงพริบตา ดังนั้นเราจึงต้องเลือกประกันที่ครอบคลุมตั้งแต่ป่วยเล็กน้อยจนถึงป่วยหนัก ก่อนอื่นคุณต้องสำรวจสุขภาพร่างกายและการเงินให้ชัดเจนก่อน เพื่อนำข้อมูลไปเลือกประกันสุขภาพที่คุ้มค่าต่อชีวิตคุณมากที่สุด โดยมีปัจจัยสำคัญในการเลือกประกันสุขภาพดังนี้

1.เบี้ยประกัน
เบี้ยประกันคือเงินที่คุณจ่ายให้กับริษัทประกันเพื่อซื้อความคุ้มครอง ทั้งนี้อัตราค่าเบี้ยประกันสุขภาพจะปรับเปลี่ยนไปตามอายุ ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงในแต่ละช่วงอายุ เช่น ตอนเด็กค่าเบี้ยประกันสูง เพราะเด็กมีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคต่างๆได้ง่ายมากกว่าผู้ใหญ่หรือวัยชราก็มีโอกาสเจ็บป่วยได้เช่นกัน

2.วงเงินคุ้มครอง
การเจ็บป่วยเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก ดังนั้นคุณจำเป็นต้องคิดถึงกรณีร้ายแรงที่สุดเพื่อคาดการณ์ได้ว่า ประกันสุขภาพต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด เพราะถึงแม้ว่าคุณจะมีประกันสุขภาพ แต่ถ้าค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดไม่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้น คุณก็จะต้องจ่ายส่วนต่างนี้ ดังนั้นการเลือกซื้อประกันสุขภาพควรมีเงินคุ้มครองที่สูงจนคุณไม่ต้องเสียเงินอีก

3.ความเสี่ยง
ความเสี่ยงในที่นี้หมายถึงเรื่องสุขภาพส่วนตัว กรรมพันธุ์ หรือโรคประจำตัว เนื่องจากประกันแต่ลับริษัทคุ้มครองไม่เหมือนกัน เมื่อคุณประเมินความเสี่ยงตนเองว่าสามารถเกิดโรคอะไรขึ้นบ้าง จะยิ่งทำให้คุณเลือกซื้อประกันสุขภาพได้อย่างเหมาะสม เช่น ที่บ้านมีกรรมพันธุ์โรคหัวใจ แสดงว่าคุณมีความเสี่ยง คุณจะต้องเลือกประกันสุขภาพที่ครอบคลุมถึงโรคหัวใจ เพราะถ้าไม่คุมครอง บริษัทประกันจะไม่สามารถจ่ายค่ารักษาและเงินชดเชยให้คุณได้ เพราะนอกเหนือกรมธรรม์ที่คุณได้ทำไว้

4.การคุ้มครอง
การเจ็บป่วยปต่ละครั้งทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลมากมาย เช่น ค่าห้องรักษา ค่าผ่าตัด ค่าใช้จ่ายตลอดการพักฟื้น หรือการเจ็บป่วยธรรมดาที่ไม่ต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาบ คุณจึงต้องเลือกประกันสุขภาพที่คุ้มคลุมตั้งแต่ป่วยเล็กน้อยจนถึงโรคร้ายแรง

5.กระแสเงินสดของตนเอง
เมื่อคุณได้ซื้อประกันสุขภาพเรียบร้อย คุณต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันตามสัญญา ฉะนั้นเงินค่าเบี้ยประกันที่คุณต้องจ่ายทุกเดือน/ปี ควรเป็นเงินที่ไม่เดือดร้อนกับค่าใช้จ่ายหลัก เพราะประกันสุขภาพเหมือนเป็นการซื้อประกันเพื่อความอุ่นใจด้สนสุขภาพในอนาคต จึงไม่ควรส่งผลกระทบต่อเงินในปัจจุบัน

6.โรงพยาบาลที่สามารถรักษาได้
การรักษาภายใต้ประกันสุขภาพส่วนใหญ่ จะกำหนดเครือโรงพยาบาลมาให้ ในบางครั้งการเจ็บป่วยอาจไม่ได้เกิดขึ้นในละแวกพื้นที่โรงพยาบาลในเครือข่ายเสมอไป เช่น เจ็บป่วยตอนไปต่างจังหวัด คุณจึงควรเลือกประกันสุขภาพที่ให้คุณรักษาที่โรงพยาบาลได้หลากหลายจะได้ครอบคลุมความเสี่ยงด้สนสุขภาพทุกพื้นที่

การมีประกันสุขภาพจึงเปรียบเสมือนองครักษ์ของคุณที่คอยดูแลทั้งการเงินและสุขภาพ เมื่อเกิดการเจ็บป่วยขึ้นมาคุณไม่ต้องกังวลว่าจะกระทบถึงความมั่นคงในชีวิตและครอบครัว ถ้าคุณสนใจข้อมูลประกันสุขภาพ เราขอแนะนำประกันสุขภาพฟินชัวรันส์จากแมนูไลฟ์ ที่จะคุ้มครองอุบัติเหตุเล็กใหญ่ โรคร้ายต่างๆ ด้วยค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายสูงสุดถึง 10 ล้านบาทต่อปี รวมไปถึงโรงพยาบาลและสถานพยาบาลในเครือข่ายมากกว่า 364 แห่งทั่วประเทศ

โรคภูมิแพ้ คืออะไร

โรคภูมิแพ้ เป็นโรคที่ผู้ป่วยมีอาการแพ้ ไอ จาม คัดจมูก มีน้ำมูก และอาจมีผดผื่นคันแดงตามผิวหนัง หรืออาจแพ้ขั้นรุนแรงถึงขั้นท้องร่วงและแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวกหลังจากที่ได้รับสารก่อภูมิแพ้เข้าไปในร่างกาย ผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้จะมีอาการแพ้ต่อสารที่แตกต่างกันไป เพราะโดยทั่วไปแล้ว สารส่วนใหญ่ที่ผู้ป่วยแพ้ จัดเป็นสารที่ไม่ทำปฏิกิริยาหรือเป็นอันตรายต่อร่างกายของคนส่วนใหญ่ แต่จะทำให้เกิดการเจ็บป่วยต่อผู้ป่วยที่แพ้เท่านั้น โดยมากแล้วโรคนี้จะพบได้ในสังคมเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยมลภาวะที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ฝุ่น ควัน สารพิษ ขยะ น้ำเน่าเสีย สิ่งเหล่านี้ล้วยเพิ่มความเสี่ยงให้ระบบคุ้มกันภายในร่างกายต้องทำงานหนักมากขึ้น
สาเหตุของโรคภูมิแพ้
โรคภูมิแพ้ เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีการทำงานที่มากเกินไป ทำให้เกิดอาการแพ้ต่อบางสิ่งที่อาจไม่เป็นอันตรายต่อคนทั่วไป แต่อาจเป็นอันตรายต่อตัวบุคคลที่แพ้เท่านั้น ซึ่งสารที่ร่างกายรับมาและกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ในลักษณะต่างๆ เรียกว่า “สารก่อภูมิแพ้” โดยร่างกายจะมีปฏิกิริยาต่อสารก่อภูมิแพ้ด้วยการแสดงอาการแพ้ในรูปแบบี่ค่อนข้างแตกต่างกัน
การป้องกันโรคภูมิแพ้
ในการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคภูมิแพ้ คือการดูแลสุขภาพร่างกายของคุณให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอกจากนี้ วิธีการที่จะป้องกันจากโรคภูมิแพ้ก็มี
• พยายามหลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแก้ เช่น สถานที่ที่ค่าฝุ่นละอองจำนวนมาก หรือในบริเวณเขตก่อสร้าง
• กินยา ยาจะช่วยป้องกันและบรรเทาอาการแพ้ลงได้ ซึ่งจะต้องกินตามปริมาณที่แพทย์สั่ง ไม่หยุดใช่ยาโดยพลการ
• ปกป้องดวงตาจากสารก่อภูมิแพ้ ควรสวมแว่นตาเมื่ออกนอกบ้าน
เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณได้เข้าใจถึง โรคภูมิแพ้ได้ดียิ่งขึ้น และสำหรับใครที่กำลังมองหาประกันสุขภาพที่ตอบโจทย์ในเรื่องความคุ้มครองโรคภับไข้เจ็บ เราก็ขอแนะนำ ประกันสุขภาพ คิง ไว ประกันชีวิต แผนประกันสุขภาพที่คุณสามารถออกแบบประเภทของความคุ้มครองได้ตามที่คุณต้องการ พร้อมด้วยความคุ้มครองชีวิตและวงเงินเหมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่เหมาะสมคุ้มค่าที่สุด เหนือกว่าด้วยคุ้มครองทั้งก่อนและหลังการรักษา ครอบคลุมกว่า 300 รพ.ทั่วไทย