ปลูกฝังลูกอย่างไร? ให้เป็นเด็กรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

การปลูกฝังลูกให้รักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำ เพราะการเปิดโอกาสให้ลูกได้สัมผัสใกล้ชิดอยู่กับธรรมชาติ ถือเป็นการปลูกฝังจิตใต้สำนึกที่ดีในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถมยังเป็นการส่งเสริมพัฒนาการของลูกไปในตัวอีกด้วย การที่ลูกได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ จะช่วยทำให้ลูกเป็นคนจิตใจที่อ่อนโยน เกิดความรู้สึกรัก หวงแหนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขึ้นมาในจิตใจเอง คุณพ่อคุณแม่สามารถปลูกฝังลูกให้เป็นเด็กรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดังนี้

พาลูกไปเปิดประสบการณ์ตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ

ในช่วงวันหยุด คุณพ่อคุณแม่ควรหาเวลาพาลูกไปสัมผัสกับธรรมชาติตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทะเล โดยฝึกให้ลูกหยิบจับทราย ก่อกองทรายเป็นภูเขา พาลงเล่นน้ำทะเล หรือพาลูกไปเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ ไปดูต้นไม้ ดอกไม้ ดูป่าดูเขา สัมผัสแหล่งน้ำตามธรรมชาติ เช่น น้ำตก ลำธาร ลำคลอง โดยกิจกรรมทั้งหลายเหล่านี้ จะช่วยสร้างความรู้สึกผูกพันคุ้นเคยกับธรรมชาติ ช่วยให้ลูกรู้สึกดีเหมือนได้สัมผัสกับธรรมชาติ จนทำให้กลายเป็นเด็กที่รักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ชวนกันปลูกต้นไม้เป็นงานอดิเรก

ชวนกันปลูกต้นไม้เป็นงานอดิเรกภายในครอบครัว ไม่ว่าจะปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ หรือปลูกผัก โดยให้ลูกมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้วยการให้ช่วยรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ซึ่งกิจกรรมนี้จะช่วยปลูกฝังให้ลูกเป็นคนรักต้นไม้ ช่วยปลูกฝังให้ลูกเป็นคนรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไปในอนาคตได้ดี

จัดบริเวณบ้านให้มีพื้นที่สีเขียวให้ลูกได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ

ถ้าอยากให้ลูกได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ คุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างบรรยากาศภายในบ้านได้ด้วยการปลูกต้นไม้ ปลูกดอกไม้ ให้เป็นพื้นที่สีเขียวในบริเวณรอบๆบ้าน มีสวนหย่อมให้ลูกได้นั่งเล่น มีสนามหญ้าให้ลูกได้วิ่งเล่น เท่านี้ก็จะทำให้ลูกได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติแล้ว

หากคุณทำตามที่ได้กล่าวไปทั้งหมดข้างต้น เชื่อว่าลูกของคุณจะกลายเป็นเด็กที่รัก หวงแหนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน ที่อยู่อาศัยก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ถ้าลูกของคุณได้อาศัยอยู่ในโครงการที่พักอาศัยท่ามกลางธรรมชาติ ก็จะทำให้ลูกได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น อย่างโครงการ The Forestias เป็นโครงการที่พักอาศัยท่ามกลางธรรมชาติ ที่ถูกปกคลุมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่สีเขียวชอุ่มกว่า 30 ไร่

นอกจากนี้ยังมี ฟอเรสต์ พาวิลเลียน (Forest Pavilion) ศูนย์การเรียนรู้ ที่เปรียบเสมือนห้องสมุดมีชีวิตขนาดใหญ่ที่รวบรวมข้อมูลด้านระบบนิเวศวิทยา ธรรมชาติวิทยา ศูนย์รวมเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดย ฟอเรสต์ พาวิลเลียน (Forest Pavilion) เปิดต้อนรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจเรื่องราวของธรรมชาติเข้ามาชมนิทรรศการ และนวัตกรรมในรูปแบบต่างๆ พร้อมลงพื้นที่เพื่อศึกษาเพิ่มเติมเรียนรู้ ผ่านทางเดินธรรมชาติ หรือ Canopy Walk ที่มีความสูง 8-12 เมตร ลอยตัวอยู่เหนือระบบนิเวศที่อยู่ด้านล่าง ที่เปิดให้บริการสำหรับบุคคลภายนอกเพื่อเดินชมเรือนยอดไม้และสัมผัสกับดอกไม้และต้นไม้ใหญ่รวมถึงแมลงและสัตว์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่บนต้นไม้อีกด้วย ถือว่า ฟอเรสต์ พาวิลเลียน (Forest Pavilion) เหมาะที่จะพาลูกของคุณไปเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง

ทำไม…เราควรอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ

ป่าเขาลำเนาไพร ต้นไม้ใบหญ้าหรือแม้แต่สายน้ำ ล้วนเป็นความที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ขึ้นมา ซึ่งนอกเหนือจากความงามที่สามารถจับต้องได้ด้วยตาแล้ว ธรรมชาติยังช่วยฟื้นฟูเยียวยาจิตใจและร่างกายให้กับมนุษย์ได้ด้วย ว่าแต่ธรรมชาติช่วยอะไรได้บ้าง กับที่พักอาศัยท่ามกลางธรรมชาติ มาดูคำตอบกัน

  1. สีของธรรมชาติ สีมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของคนเราไม่น้อย เช่น สีส้ม สีแดง เมื่อเรามองเห็นจะรู้สึกถึงความร้อนแรง เร่งรีบและไม่สบายตา ในขณะที่สีเขียว สีฟ้าจะช่วยให้เกิดความรู้สึกเย็นตา สบายใจ ปลอดภัยและผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น  ใครที่ทำงานหนัก ต้องใช้สมองในการคิดวิเคราะห์มากจะเหมาะกับสีทั้งสองสีนี้เป็นอย่างยิ่ง นอกจากจะช่วยลดความเครียดและผ่อนคลายความกังวลลงได้แล้ว ยังทำให้มีสมาธิมากขึ้นอีกด้วย
  2. เพิ่มภูมิคุ้มกัน ในพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์จะมีแบคทีเรียที่ชื่อว่า Mycobacterium vaccae อยู่เป็นจำนวนมาก เป็นแบคทีเรียที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเซโรโทนินออกมามากขึ้น เป็นฮอร์โมนแห่งความสุข ต้านโรคซึมเศร้าและยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายด้วย
  3. เสริมสร้างวิตามิน แสงแดดอ่อนๆยามเช้าอุดมไปด้วยวิตามินดี ซึ่งเป็นวิตามินอีกประเภทหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ในเมืองใหญ่นั้นมักจะอากาศร้อนอย่างรวดเร็วแม้ในยามเช้า การจะหาพื้นที่สีเขียวที่ให้ร่มเงามากในเมืองใหญ่นั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว

อย่างที่บอกว่าการที่คนเมืองจะได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดกับป่าเขาลำเนาไพรนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย การออกแบบผังเมืองที่ดีจึงควรมีพื้นที่สีเขียวเพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสกับธรรมชาติ ได้สบายใจ สบายตากับสีเขียว ได้สัมผัสจุลินทรีย์ที่ดีและแสงแดดที่ไม่ร้อนจนแสบผิว ซึ่งเมืองที่เต็มไปด้วยคอนกรีตและอิฐปูนจะสร้างโครงการที่พักอาศัยท่ามกลางธรรมชาติป่าสีเขียวขนาดใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ ยังมีโครงการเมืองระดับเวิลด์คลาส ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบ Green Living มากที่สุดในขณะนี้ คุณสามารถคลิกเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mqdc.com/our-business/theme-project/theforestias