เมื่อโตขึ้นเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นมีโอกาสหาย

เมื่อลูกของคุณเป็นโรคสมาธิสั้นใช่ว่าจะไม่มีทางรักษา แต่ขอแค่ให้เข้าใจและใจเย็นกับลูก เพราะในปัจจุบันการแพทย์ล้ำสมัยมากขึ้น รักษาควบคู่กับศาสตร์ทางจิตวิทยาก็จะทำให้เด็กสมาธิสั้นหายจากอาการสมาธิสั้นได้ วันนี้เลยรวบรวมข้อมูลมาให้อ่าน เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้ปกครองทุกคนว่าลูกของคุณจะหายจากโรคสมาธิสั้น

เมื่อผ่านช่วงวัยรุ่น ประมาณ 30-50% ของเด็กสมาธิสั้นมีโอกาสหายจากโรคนี้ และสามารถเรียนหนังสือหรือทำงานได้ตามปกติ โดยไม่ต้องรับประทานยา ส่วนใหญ่ของเด็กสมาธิสั้นจะยังคงมีความบกพร่องของสมาธิอยู่ในระดับหนึ่งถึงแม้ว่าเด็กดูเหมือนจะซนน้อยลง และมีความสามารถในการควบคุมตนเองดีขึ้น เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว บางคนหากสามารถปรับตัวและเลือกงานที่ไม่จำเป็นต้องใช้สมาธิมากนัก ก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จและดำเนินชีวิตได้ตามปกติ บางคนอาจจะยังคงมีอาการของโรคสมาธิสั้นอยู่มาก ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อการศึกษาต่อ การงาน และการเข้าสังคมกับผู้อื่น เด็กสมาธิสั้นที่อาการยังไม่หายเมื่อโตขึ้นจึงจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาอย่างต่อเนื่อง

ลักษณะที่เป็นโรคสมาธิสั้นและต้องการการรักษา

1. มีประวัติบ่งชี้ถึงโรคสมาธิสั้นตั้งแต่อยู่ในวัยเด็ก
2. ใจร้อน โผงผาง
3. อารมณ์ขึ้นลงเร็ว (โกรธง่ายหายเร็ว)
4. หุนหัน พลันแล่น ขาดความยับยั้งชั่งใจ ไม่คิดก่อนทำ
5. ทนกับความเครียดหรือสิ่งที่ทำให้คับข้องใจได้น้อย
6. วอกแวกง่าย ไม่ค่อยมีสมาธิระหว่างการทำงาน
7. รอคอยอะไรนานๆ ไม่ค่อยได้
8. มักจะทำงานหลายๆชิ้นในเวลาเดียวกัน แต่มักจะทำไม่สำเร็จสักชิ้น
9. ไม่รู้จักแบ่งเวลา ขาดความสามารถในการบริหารจัดการเวลาที่ดี
10. ชอบผลัดวันประกันพรุ่ง
11. นั่งอยู่นิ่งๆไม่ได้นาน ชอบเขย่าขาหรือลุกเดินบ่อยๆ
12. เบื่อง่าย หรือต้องการสิ่งเร้าอยู่เสมอ
13. ไม่มีระเบียบ บ้านรกรุงรัง 
14. เปลี่ยนงานบ่อย เนื่องจากความผิดพลาดในการทำงานที่เกิดจากความสะเพร่า ไม่เอาใจใส่ 
15. มาสาย ผิดนัด หรือลืมทำเรื่องสำคัญๆ อยู่เสมอ
16. มีปัญหากับบุคคลรอบข้าง เช่น สามี ภรรยา ญาติพี่น้อง หัวหน้าหรือผู้ร่วมงานอยู่บ่อยๆ

ถ้าจะให้ดีลองส่งลูกมาเข้าคอร์สฝึกสมาธิสั้นที่สถาบัน BrainFit Studio ดู เพราะมีหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อเด็กที่มีอาการสมาธิสั้นโดยเฉพาะ หลังจากเข้าคอร์สแล้วคุณจะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีของลูก